9 ปีผ่านไป fromis_9 เพิ่งจะปล่อยอัลบั้มที่ถ่ายทอดความเป็นตัวเองมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

|อ่าน 7 นาที0
9 ปีผ่านไป fromis_9 เพิ่งจะปล่อยอัลบั้มที่ถ่ายทอดความเป็นตัวเองมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

fromis_9 กลับมาทวงคืนพื้นที่สปอตไลท์อีกครั้งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 ด้วยการปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่สอง Glow ME ซึ่งเป็นผลงานรวม 10 บทเพลงที่สมาชิกทั้ง 5 คนร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้น และถือเป็นโปรเจกต์ที่มีความทะเยอทะยานทางความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดในรอบ 9 ปีของพวกเธอ

อัลบั้มนี้ปล่อยออกมาเมื่อเวลา 18:00 น. ตามเวลา KST ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลักทุกแห่ง ถือเป็นการสิ้นสุดช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่สะสมมาตั้งแต่การปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งล่าสุดอย่าง Unlock My World ในปี 2023 ระยะเวลา 3 ปีถือเป็นช่วงว่างที่ยาวนานในวงการ K-pop ที่มักจะมีผลงานออกมาเป็นประจำทุกปี แต่ดูเหมือนว่าการรอคอยครั้งนี้จะคุ้มค่าอย่างยิ่ง เมื่อสมาชิกทุกคนในวง ไม่ว่าจะเป็น Song Hayoung, Park Jiwon, Lee Chaeyoung, Lee Nakyung และ Baek Jihun ต่างมีส่วนร่วมในกระบวนการเขียนเพลงและเรียบเรียงทำนอง ส่งผลให้ Glow ME มีความลุ่มลึกทางศิลปะที่โดดเด่นและแตกต่างจากผลงานชิ้นอื่น ๆ ในสารบบของพวกเธอ

อัลบั้มที่ถ่ายทอดตัวตนได้ลึกซึ้งที่สุดแห่งฤดูร้อน

คอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ทั้งเรียบง่ายและกินใจ นั่นคือการเดินทางเพื่อค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่เปล่งประกายที่สุด ผ่านทั้ง 10 บทเพลง fromis_9 ได้สำรวจอารมณ์ความรู้สึกที่มาพร้อมกับการพบเจอความสัมพันธ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งความตื่นเต้น ความกล้าหาญ ความเจ็บปวด และการปลอบประโลม รวมถึงวิธีที่ความรู้สึกเหล่านั้นหล่อหลอมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวตนของคุณในท้ายที่สุด ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่ดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่งสำหรับวงที่ร่วมงานกันมาจนถึงปีที่เก้า

"ความคิด ประสบการณ์ และความรู้สึกของแต่ละคนได้หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้อัลบั้มนี้มีความเป็น 'พวกเรา' มากกว่าที่เคยเป็นมา" Song Hayoung กล่าวผ่านแถลงการณ์จาก Ascend ต้นสังกัดของวง การเลือกใช้คำนี้มีความหมายอย่างยิ่ง ในวงการ K-pop อัลบั้มมักถูกอธิบายว่าเป็นตัวแทนอัตลักษณ์ของวง แต่ไม่ค่อยมีครั้งไหนที่คำอธิบายนั้นจะสื่อถึงความจริงในเชิงรูปธรรมได้มากขนาดนี้ สำหรับ Glow ME การมีส่วนร่วมในเชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามธรรมเนียม แต่เป็นโครงสร้างหลักของผลงาน

Baek Jihun ได้เปิดเผยถึงแนวคิดเบื้องหลังทิศทางโดยรวมของอัลบั้ม โดยระบุถึงความทะเยอทะยานของวงไว้อย่างชัดเจนว่า "ในขณะที่เราก้าวเข้าสู่ปีที่เก้าของการเป็นวง เราไม่อยากจะหยุดอยู่แค่ในพื้นที่ปลอดภัย (safe zone)" การปฏิเสธที่จะเลือกเส้นทางที่สะดวกสบายนั้นสะท้อนผ่านการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ที่น่าประหลาดใจในอัลบั้มนี้ รวมถึงเพลงไตเติลที่มีการนำกลิ่นอายแบบ Latin มาใช้ ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามขอบเขตที่ fromis_9 เคยทำมาก่อน

เพลงไตเติล "Vitamin ME" พร้อมส่งความสดใสรับซัมเมอร์

ซิงเกิลหลักของอัลบั้มอย่าง "Vitamin ME" เปิดตัวด้วยความมั่นใจของวงที่รู้ดีว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ ด้วยจังหวะ Latin groove ที่หนักแน่นและเมโลดี้ที่ถูกออกแบบมาให้ติดหูไปตลอดทั้งวัน เพลงนี้มอบสิ่งที่ชื่อเพลงได้สัญญาไว้ทุกประการ นั่นคือการระเบิดพลังความสดใสและสว่างไสว เปรียบเสมือนวิตามินในเช้าวันที่แสนเชื่องช้า

ท่ามกลางตารางการปล่อยผลงานในช่วงฤดูร้อนที่หนาแน่น ซึ่งศิลปินเบอร์ใหญ่ต่างต้องแข่งขันกันเพื่อชิงพื้นที่บนหน้าสื่อและชาร์ตสตรีมมิง fromis_9 ได้ตัดสินใจเลือกแนวทางที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีและมีความสอดคล้องทางสไตล์ โดยการนำกลิ่นอายแบบ Latin เข้ามาช่วยเสริมให้ "Vitamin ME" มีความร่วมสมัย ในขณะที่การถ่ายทอดเสียงร้องที่สะอาดและสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของวงยังคงรักษาตัวตนของพวกเธอไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดย Ascend ได้นิยามเพลงนี้ว่าเป็น "เพลงฤดูร้อนที่เปรียบเสมือนวิตามิน ซึ่งช่วยเติมความสดใสให้กับทุกช่วงเวลาที่ต้องการพลังงาน"

fromis_9 ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับการครองความยิ่งใหญ่ในฤดูร้อน มินิอัลบั้มปี 2025 From Our 20's ของพวกเธอได้ส่งเพลงโปรโมต "LIKE YOU BETTER" ซึ่งสามารถรักษาตำแหน่งในอันดับสูงของชาร์ต Melon Top 100 ได้อย่างต่อเนื่องถึงสามสัปดาห์ และทำให้วงได้รับฉายาอย่างไม่เป็นทางการว่า "Summer Queens" ซึ่งการกลับมาของ "Vitamin ME" เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพวกเธอไม่มีความตั้งใจที่จะสละตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ไปอย่างแน่นอน

เจาะลึกความคิดสร้างสรรค์ของสมาชิกผ่านแต่ละบทเพลง

สิ่งที่ทำให้ Glow ME คุ้มค่าแก่การสำรวจนอกเหนือจากเพลงไตเติล คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของสมาชิกแต่ละคนในทั้งสิบบทเพลง อัลบั้มนี้เปิดตัวด้วย "ETERNAL" เพลงที่มีท่วงทำนองกว้างไกลและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ซึ่งช่วยสร้างธีมหลักของอัลบั้มให้ชัดเจนขึ้นมาในทันที จากนั้นรายชื่อเพลงจะนำพาผู้ฟังผ่านอารมณ์ที่หลากหลายด้วยความมั่นใจ ซึ่งบ่งบอกว่าสมาชิกในวงต่างรับรู้ตั้งแต่วันแรกว่าผลงานชุดนี้ต้องการจะสื่อสารอะไรออกไป

"Pocket Treat" และ "Blue Heart" เป็นตัวแทนของ fromis_9 ในมุมที่ขี้เล่นและเข้าถึงง่ายที่สุด ซึ่งเป็นเพลงที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมโยงที่รวดเร็วและเหมาะสำหรับการฟังซ้ำ ส่วน "Screen Time" ผลงานที่ Song Hayoung มีส่วนร่วมในการเขียนเพลงนี้ นำเสนอแนวทางที่ดูจริงจังมากขึ้น โดยเป็นการสะท้อนถึงความวอกแวก ชีวิตในโลกดิจิทัล และสัญชาตญาณที่ต้องการจะถอยห่างจากเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถือเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่แสดงความเป็นส่วนตัวมากที่สุด และเป็นหนึ่งในเพลงที่ทรงพลังอย่างเงียบเชียบของอัลบั้มนี้

"Teacher" ซึ่งร่วมเขียนและร้องโดย Park Jiwon โดดเด่นในฐานะหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญที่สุดของอัลบั้ม โดยถือเป็นการทดลองครั้งแรกของเธอกับแนวเพลง afrobeats ซึ่งเป็นการขยับขยายความคิดสร้างสรรค์ที่เธอไม่เคยลองทำมาก่อน Park เคยเปิดเผยว่าเธอต้องการผลักดันตัวเองในด้านศิลปะ และ "Teacher" ก็ตอบโจทย์สัญชาตญาณนั้นได้อย่างดีเยี่ยม เพลงนี้มีความแตกต่างจากเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เพลงยูนิตทั้งสองเพลงช่วยมอบคาแรกเตอร์ที่ใกล้ชิดที่สุดให้กับอัลบั้มนี้ โดย "Cold Blood" ซึ่งเป็นการร่วมงานกันระหว่าง Lee Chaeyoung และ Lee Nakyung ถูกอธิบายโดยสมาชิกทั้งสองว่าเป็นความพยายามที่กล้าหาญในการก้าวข้ามขอบเขตความคุ้นเคยเดิมๆ ของพวกเธอ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือหนึ่งในการแสดงที่โดดเด่นที่สุดในอัลบั้ม ส่วน "Why Do I Cry?" เพลงดูเอ็ทระหว่าง Song Hayoung และ Park Jiwon นำเสนอแนวทางที่แตกต่างออกไป ด้วยความซื่อสัตย์ทางอารมณ์และตรงไปตรงมา พร้อมความเปราะบางในแบบที่มักจะกลายเป็นเพลงโปรดของแฟนๆ แม้ว่าวงจรการโปรโมตอัลบั้มจะสิ้นสุดลงไปนานแล้วก็ตาม

เพลงปิดท้ายของ Baek Jihun อย่าง "DAY 1" ทำหน้าที่เป็นเสมือนการประกาศเจตนารมณ์ทางศิลปะ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดตัวตนของศิลปินที่เธอกำลังมุ่งมั่นจะเป็น มากกว่าจะเป็นตัวตนที่เธอเป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้เพลงนี้มีความจริงใจที่มองไปข้างหน้าอย่างน่าประหลาดใจ ในขณะที่ "Wonderland" ช่วยนำพาการเดินทางครั้งนี้ไปสู่บทสรุปที่อบอุ่นและกว้างไกล มอบความรู้สึกของการบรรลุเป้าหมายที่ทำให้ระยะเวลาของอัลบั้มนี้คุ้มค่าแก่การรับฟัง

9 ปีแห่งการเติบโตเพื่อมาถึงช่วงเวลานี้

fromis_9 เดบิวต์เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 หลังจากผ่านการฟอร์มวงผ่านรายการเซอร์ไววัลไอดอลของ Mnet อย่าง Idol School ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงต้นสังกัดและความกดดันอันหนักหน่วงของอุตสาหกรรมที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่พวกเธอก็ยังคงรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันไว้ได้ตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงเคมีที่แท้จริงมากกว่าเพียงแค่พันธะตามสัญญา

เมื่อถึงปี 2025 พวกเธอได้สร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเส้นทางอาชีพไอดอลทั่วไป ดนตรีของพวกเธอมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การแสดงมีความมั่นใจมากขึ้น และความสัมพันธ์กับแฟนคลับก็หยั่งรากลึกด้วยความผูกพันที่ยาวนานมากกว่าเพียงกระแสในช่วงแรก Glow ME คือการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดถึงทิศทางที่พวกเธอได้เดินทางมาตลอด การเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางการตลาดที่วงนำมาใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงคนทั้งห้าคนที่เติบโตจนมีเสียงทางศิลปะของตัวเองอย่างเต็มตัว หลังจากทำงานร่วมกันมาเกือบหนึ่งทศวรรษ

ก่อนการปล่อยอัลบั้มอย่างเป็นทางการ fromis_9 ได้มอบโอกาสให้แฟนๆ ได้เห็นถึงกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานผ่านการเข้าร่วมรายการ Twin Mirror Show ทาง Mnet Plus โดย Lee Chaeyoung ได้โชว์เทคนิคการแต่งหน้าซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากลุคในการแสดงของวง รายการซีรีส์นี้ ซึ่งมี Jeon Somi มาร่วมรายการด้วย ได้เปิดมุมมองที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นเกี่ยวกับชีวิตของพวกเธอในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการ Comeback และช่วยสร้างความตื่นเต้นในรูปแบบที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการจัดฉาก

ก้าวต่อไปของ fromis_9

ในหมู่แฟนคลับของ fromis_9 ความคาดหวังต่ออัลบั้มนี้ได้สั่งสมมานานหลายเดือน ด้วยความน่าสนใจที่ว่านี่จะเป็นผลงานที่สมาชิกในวงมีส่วนร่วมในการเขียนเพลงอย่างเต็มตัว จากวงที่มีพัฒนาการด้านตัวตนทางความคิดสร้างสรรค์อย่างเห็นได้ชัด ทำให้การปล่อยผลงานครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากวงจรการ Comeback ตามปกติ สิ่งที่แฟนๆ ดูเหมือนจะตั้งตารอคอยมากที่สุดไม่ใช่แค่เพียงเพลงใหม่ แต่คือความหมายที่ซ่อนอยู่ นั่นคือการที่วงก้าวเข้าสู่การเป็นผู้กำหนดเรื่องราวของตัวเองอย่างเต็มตัว

ตลาดเพลงในช่วงฤดูร้อนนี้จะเป็นบททดสอบว่าความมั่นใจในด้านสุนทรียภาพของวงจะสามารถเปลี่ยนเป็นความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ ซึ่ง "LIKE YOU BETTER" ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า fromis_9 สามารถแข่งขันในระดับบนของชาร์ตได้หากมีเพลงที่ใช่ สำหรับ Glow ME ที่มีขอบเขตทางศิลปะที่กว้างขึ้นและมีเอกลักษณ์ทางดนตรีที่โดดเด่นกว่าเดิม กำลังดำเนินไปในทิศทางที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการค่อยๆ เผยความสำเร็จออกมา แต่ท้ายที่สุดแล้วอาจสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนยิ่งกว่าให้กับมรดกทางดนตรีของวง

คอนเซปต์ของอัลบั้มนี้เอง — Glow ME ซึ่งเป็นแนวคิดเรื่องการกลายเป็นตัวตนในเวอร์ชันที่เปล่งประกายที่สุดของตัวเอง — เป็นสิ่งที่เข้าถึงใจผู้คนได้มากกว่าแค่ในกลุ่มแฟนคลับ K-pop สำหรับใครก็ตามที่เคยรู้สึกถึงความกดดันระหว่างตัวตนที่เป็นอยู่กับตัวตนที่อยากจะเป็น แก่นแท้ทางอารมณ์ของอัลบั้มนี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีความจริงใจ สำหรับ fromis_9 นี่อาจเป็นผลงานที่พวกเธอพยายามสร้างสรรค์มาตลอดระยะเวลา 9 ปี และเสียงที่ออกมาก็พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้น

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Im Garam
Im Garam

Music Charts & Data Analyst · KEnterHub

Music data analyst turned journalist. Im Garam covers K-pop through the numbers — chart performance, album sales, streaming milestones and touring economics — and writes the deep-dive reviews and industry analyses that put those numbers in context.

K-PopMusic ChartsAlbum SalesStreaming DataReviews

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง