เจโฮปและจองกุก BTS ปลุกเพลงป็อปยุค 90 อีกครั้ง

|อ่าน 8 นาที0
เจโฮปและจองกุก BTS ปลุกเพลงป็อปยุค 90 อีกครั้ง

เจโฮปและจองกุก สมาชิก BTS ทำให้คลิปเต้นสั้น ๆ ในโถงทางเดินกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ K-pop ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของสัปดาห์ คลิปนี้พาเพลง “I Want You Back” ของ *NSYNC กลับมาหาผู้ชมรุ่นใหม่ที่คุ้นกับวิดีโอสั้น ความสำคัญของมันอยู่ที่การแสดงให้เห็นว่า ศิลปิน K-pop ระดับแถวหน้าสามารถดึงเรเฟอเรนซ์ป็อปยุค 1990 กลับเข้าสู่บทสนทนาระดับโลกได้ง่ายเพียงใด โดยไม่ต้องมีแคมเปญทางการ เวที หรือวิดีโอการแสดงเต็มรูปแบบ

ตามรายงานของ Sports Donga สมาชิก BTS ทั้งสองคนเผยแพร่วิดีโอเต้นความยาวราว 20 วินาทีผ่านโซเชียลมีเดียทางการ รวมถึง TikTok โดยใช้เพลงคลาสสิกของบอยแบนด์อเมริกันเป็นเพลงประกอบ การแสดงที่แฟนเกาหลีเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “Want You Back challenge” แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่แฟน ๆ ได้รับความสนใจจากไอดอลรุ่นใหม่ และยังไปถึง Joey Fatone สมาชิก *NSYNC ซึ่งรีโพสต์คลิปนี้ใน Instagram Story ของเขา

คลิป 20 วินาทีที่บรรจุความทรงจำป็อปหลายทศวรรษ

เสน่ห์ของวิดีโอนี้เข้าใจได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น เจโฮปและจองกุกไม่ได้อยู่ใต้แสงไฟคอนเสิร์ต หรืออยู่ในคอนเซปต์มิวสิกวิดีโอที่ตัดต่ออย่างหนัก ทั้งคู่ปรากฏตัวในโถงทางเดินแบบสบาย ๆ เคลื่อนไหวพร้อมกันด้วยจังหวะที่สะอาด การเด้งของร่างกาย และไทมิงที่ทำให้แฟนนึกถึงทั้งประวัติการแสดงของ BTS และท่าเต้นบอยแบนด์ปลายยุค 1990

ความต่างนี้คือหัวใจของคลิป ภาพดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่การแสดงไม่ได้หลวมเลย เจโฮป ซึ่งได้รับการยอมรับมานานว่าเป็นหนึ่งในนักเต้นที่คมที่สุดของ BTS และเป็นเพอร์ฟอร์เมอร์ที่มีสัญชาตญาณฮิปฮอปชัดเจน เติมความแม่นยำที่ยืดหยุ่นให้จังหวะ ส่วนจองกุก ผู้มักบาลานซ์การเคลื่อนไหวเชิงกีฬาเข้ากับความเนี้ยบแบบป็อป ก็ตามได้อย่างแนบสนิท จนคลิปนี้ดูไม่ใช่แค่ชาเลนจ์เล่น ๆ แต่เป็นตัวอย่างย่อของวิธีที่ BTS เข้าใจการแสดงในฐานะภาษาร่วม

“I Want You Back” ก็ไม่ใช่เพลงเก่าที่เลือกมาแบบสุ่ม เพลงนี้ออกในช่วงที่ *NSYNC เริ่มเติบโต และอยู่ในยุคที่ท่าเต้นของบอยแบนด์อเมริกันช่วยกำหนดภาพของทีนป็อปกระแสหลักผ่านโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ และเวทีอารีนา การเลือกเพลงนี้ทำให้เจโฮปและจองกุกวาง BTS ไว้ในประวัติศาสตร์ที่ยาวกว่าของบอยกรุ๊ป ไม่ใช่ในฐานะผู้ลอกสูตรเก่า แต่เป็นศิลปินที่คล่องพอจะเล่นกับสูตรนั้นในรูปแบบร่วมสมัย

สำหรับผู้อ่านที่รู้จัก BTS ผ่านทัวร์สเตเดียม สถิติ Billboard หรือพลังของแฟนด้อมบนโซเชียลมีเดีย คลิปนี้เป็นเครื่องเตือนว่าแกนตัวตนของวงยังฝังอยู่กับฝีมือการแสดงอย่างลึกซึ้ง อิทธิพลระดับโลกของ BTS มักถูกเล่าผ่านตัวเลขมหาศาล แต่โมเมนต์แบบนี้เดินทางได้เพราะเรียบง่าย อ่านออก และสนุก ผู้ชมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอัลบั้มหรือทุกภาษาของแฟนด้อม ก็เข้าใจได้ว่าพวกเขากำลังเห็นเพอร์ฟอร์เมอร์ฝีมือสูงสองคนสนุกกับเพลงที่เคยขับเคลื่อนแฟนป็อปอีกยุคหนึ่ง

ทำไมการย้อนยุคครั้งนี้จึงโดนใจแฟน

ความคิดถึงช่วยขยายกระแส แต่ไม่ได้อธิบายทั้งหมด คลิปเต้นไวรัลของคนดังจำนวนมากหายไปเร็ว เพราะพึ่งพาแค่ความแปลกใหม่ คลิปนี้มีแรงดึงทางอารมณ์ที่ชัดกว่า แฟน ๆ ได้เห็นเจโฮปและจองกุกเชื่อมภาษาการแสดงของตัวเองเข้ากับเพลงที่เกิดก่อนผู้ชม K-pop จำนวนมากในปัจจุบัน แต่ยังทำให้โมเมนต์นั้นรู้สึกทันสมัย

ผลลัพธ์คือวงจรป็อปข้ามรุ่นที่เกิดขึ้นไม่บ่อย ผู้ฟังรุ่นเก่าจำเรเฟอเรนซ์ *NSYNC และพลังสดใสของต้นฉบับได้ ผู้ชมรุ่นใหม่พบเพลงนี้ผ่านร่างกายของ BTS ก่อน ในฐานะจังหวะและชาเลนจ์ ไม่ใช่เพลงเก่าในแคตตาล็อก ส่วน ARMY อ่านได้อีกชั้นหนึ่ง คือความสุขจากการเห็นสมาชิกสองคนสื่อสารกันผ่านการเต้นในบรรยากาศผ่อนคลาย ห่างจากแรงกดดันของการคัมแบ็กใหญ่หรือรอบโปรโมต

การรีโพสต์ของ Fatone เป็นสัญญาณสำคัญอีกอย่าง เมื่อสมาชิกวงต้นฉบับยอมรับการตีความใหม่แบบ K-pop โมเมนต์นั้นก็ไม่ใช่เพียงแฟนอีดิตหรือเทรนด์โซเชียลอีกต่อไป แต่กลายเป็นการแลกเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดระหว่างยุคป็อป การยอมรับเช่นนี้มีความหมายใน K-pop เพราะไอดอลมักดูดซับและตีความประวัติศาสตร์ดนตรีโลกใหม่ แต่ไม่ได้รับการตอบรับโดยตรงจากศิลปินต้นทางเสมอไป

คลิปนี้ยังสอดคล้องกับวิธีที่ไอดอลร่วมสมัยสร้างความสนใจ การคัมแบ็กเต็มรูปแบบยังต้องพึ่งทีเซอร์ ภาพคอนเซปต์ รายการเพลง ชาร์ต บทสัมภาษณ์ และกิจกรรมแฟน แต่ตอนนี้วิดีโอสั้นที่เข้าถึงง่ายสามารถกำหนดบทสนทนาระหว่างหมุดหมายทางการเหล่านั้นได้ มันปลุกเพลงเก่าให้กลับมา ฉายรสนิยมของศิลปิน สร้างชาเลนจ์ให้ไอดอลคนอื่น และให้แฟนมีสิ่งที่แชร์ได้ทันทีข้ามแพลตฟอร์ม

ในแง่นี้ โมเมนต์ “Want You Back” พูดถึงความเร็วของการหมุนเวียนวัฒนธรรมมากกว่าการเต้นหนึ่งชุด ซิงเกิลป็อปอเมริกันยุค 1990 กลายเป็นเทรนด์ K-pop short-form ยุค 2020 คลิปในโถงทางเดินกลายเป็นบทสนทนาของแฟน และการรีโพสต์จากสมาชิกต้นฉบับกลายเป็นสะพานเชื่อมผู้ชมหลายกลุ่ม ห่วงโซ่นี้รวดเร็ว แต่ไม่ว่างเปล่า เพราะแต่ละช่วงมีเหตุผลให้ผู้ชมต่างกลุ่มสนใจ

เคมีการแสดงของเจโฮปและจองกุก

เจโฮปและจองกุกเป็นคู่ที่เหมาะมากสำหรับวิดีโอประเภทนี้ เพราะจุดแข็งแตกต่างแต่เข้ากันได้ เจโฮปดึงสายตาด้วยกรูฟ การควบคุม และรายละเอียดทางดนตรี เขาทำให้แอ็กเซนต์เล็ก ๆ ดูมีเจตนา จนท่าเต้นสบาย ๆ ก็มีเนื้อสัมผัส ส่วนจองกุกเคลื่อนไหวสะอาด ยืดหยุ่น และตรงไปตรงมา พร้อมความสบายแบบป็อปสตาร์ที่ทำให้ท่ายากดูเข้าถึงง่าย

เมื่ออยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ทำให้คลิปสั้นรู้สึกเต็มกว่าความยาวจริง ในเวลาราว 20 วินาที ผู้ชมได้ทั้งไทมิง บุคลิก และฮุกเพลงที่จำได้ทันที ความประหยัดเช่นนี้คือสิ่งที่แพลตฟอร์มโซเชียลให้รางวัล และยังสะท้อนว่าทำไมสมาชิก BTS จึงยังทรงพลังในพื้นที่การแสดงแบบสั้น พวกเขาสื่อสารคาแรกเตอร์ได้โดยไม่ต้องมีฉากปูเรื่อง

รูปแบบที่สบาย ๆ ก็สำคัญเช่นกัน K-pop ใช้เวลาหลายปีทำให้ dance challenge ที่ขัดเกลาแล้วกลายเป็นเครื่องมือโปรโมต ทั้งการให้ไอดอลไปเยี่ยมห้องพักของกันและกันหรือถ่ายท่อนเต้นลงโซเชียล แต่ BTS ไม่จำเป็นต้องกรอบทุกคลิปสั้นให้เป็นชาเลนจ์ทางการเพื่อให้มันเคลื่อนไหวได้ ฉากที่ผ่อนคลายทำให้ฝีมือเด่นขึ้นโดยไม่ทำให้คลิปดูเหมือนการเปิดตัวสินค้า

สมดุลนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมไอดอลคนอื่นและแฟน ๆ จึงตอบสนองเร็ว ท่าเต้นจำได้ง่ายพอจะเลียนแบบ แต่การแสดงมีพลังดาราพอให้รู้สึกเหมือนเหตุการณ์หนึ่ง วิดีโอมอบทั้งแม่แบบ ความทรงจำ และเหตุผลให้ดูซ้ำ สำหรับแพลตฟอร์มที่สร้างบนการทำซ้ำ ชุดผสมนี้แข็งแรงเป็นพิเศษ

โมเมนต์เล็ก ๆ กับบทเรียนใหญ่ของ K-pop

ภาพรวมที่ใหญ่กว่าคือความสัมพันธ์ระหว่าง K-pop กับป็อปตะวันตกยุคก่อนกำลังเป็นบทสนทนามากขึ้น แต่ก่อนการพูดถึงอิทธิพลมักเป็นทางเดียว ว่าไอดอลเกาหลียืมอะไรจาก R&B ฮิปฮอป แดนซ์ป็อป หรือการจัดเวทีของบอยแบนด์อเมริกัน วันนี้การแลกเปลี่ยนมองเห็นได้ชัดและลื่นไหลกว่า ศิลปิน K-pop สามารถปลุกเพลงเก่าให้ผู้ชมรุ่นใหม่ ขณะที่ศิลปินป็อปรุ่นตำนานตอบกลับแบบเรียลไทม์และได้ความสนใจใหม่

นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกการย้อนยุคจะมีความหมาย กรณีนี้โดดเด่นเพราะมันเข้ากับผู้แสดง เจโฮปและจองกุกไม่ได้แค่เกาะเพลงดัง แต่แสดงให้เห็นว่าทำไมเพลงนี้ยังทำงานในฐานะการเคลื่อนไหวได้ บีตเปิดพื้นที่ให้ทั้งคู่คมและขี้เล่น ส่วนเรเฟอเรนซ์ทางประวัติศาสตร์ให้แฟนมีเรื่องพูดต่อเกินกว่าตัวคลิป

มันยังมาถึงในเวลาที่วิดีโอสั้นกลายเป็นเครื่องมือค้นพบสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของเพลงป็อป เพลงไม่จำเป็นต้องใหม่ถึงจะเป็นเทรนด์ และศิลปินไม่จำเป็นต้องปล่อยซิงเกิลเพื่อสร้างบทสนทนาดนตรี เพลงเก่าที่คนรักสามารถกลับมาผ่านท่าเต้น แคปชันแฟน การรีโพสต์ของคนดัง หรือชาเลนจ์ที่วิ่งเร็วกว่ารอบโปรโมตแบบเดิม

สำหรับ BTS คลิปนี้ย้ำแนวคิดที่คุ้นเคยแต่ทรงพลังว่า แม้โพสต์สบาย ๆ ของสมาชิกก็ทำงานเหมือนเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมได้ เพราะพวกเขาเข้าใจทั้งการแสดงและพฤติกรรมของแพลตฟอร์ม สำหรับ *NSYNC มันพา “I Want You Back” กลับเข้าสู่โลกโซเชียลที่เต็มไปด้วยผู้ฟังซึ่งอาจไม่เคยพบเพลงนี้ในยุคเดิม สำหรับแฟน ๆ มันคือความสุขที่เบาและตรงทันที คือการเห็นเพอร์ฟอร์เมอร์สองคนสนุกกับเพลงป็อปคลาสสิกและทำให้มันมีชีวิตอีกครั้ง

วิดีโออาจสั้น แต่การเข้าถึงของมันแสดงให้เห็นว่าทำไมโมเมนต์แบบนี้จึงสำคัญในระบบนิเวศป็อปปัจจุบัน มันบีบอัดประวัติศาสตร์ดนตรีหลายทศวรรษไว้ในไม่กี่วินาที ชวนแฟนมีส่วนร่วม และย้ำว่าท่าเต้นยังเป็นหนึ่งในรูปแบบการเล่าเรื่องที่โน้มน้าวใจที่สุดของ K-pop เจโฮปและจองกุกไม่ต้องมีประกาศใหญ่เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ พวกเขาต้องการเพียงโถงทางเดิน ฮุกจากยุค 1990 และไทมิงที่แฟนจำได้ทันที

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Seung Jung
Seung Jung

Senior Entertainment Correspondent · KEnterHub

Senior entertainment correspondent with a wide-angle view of Korean show business. Seung Jung covers celebrity news, variety television and award season, and writes the interviews and features that connect individual stories to the larger currents of Korean entertainment.

Celebrity NewsVariety ShowsAward ShowsInterviewsKorean Entertainment Industry

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง