ทำไม Bti Park ของ CRAVITY ถึงกลายเป็นคำสัญญาที่มีต่อเหล่าแฟนคลับ

CRAVITY ได้เปลี่ยนเวทีธุรกิจ K-content ให้กลายเป็นการเปิดมุมมองที่น่าสนใจว่าวง K-pop ยุคใหม่มีวิธีการรักษาความใกล้ชิดกับแฟนคลับอย่างไรหลังจากสิ้นสุดช่วงการโปรโมต โดยในงาน 2026 K Forum ณ กรุงโซล เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาชิกอย่าง Hyeongjun, Wonjin และ Jungmo ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ซีรีส์โปรดักชันตัวเองที่ดำเนินมาอย่างยาวนานอย่าง "CRAVITY PARK" หรือที่แฟนๆ มักเรียกกันสั้นๆ ว่า "Bti Park" กลายเป็นสิ่งที่มากกว่าแค่ความบันเทิงเสริม แต่คือคำสัญญาในทุกสัปดาห์ที่มีให้แก่ LUVITY
การเสวนาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงการเสวนา Stage 2 ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับวิธีการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ของ K-pop โดยมีผู้ดำเนินรายการคือ Park So-hyun และมี Kim Hyo-jung ผู้อำนวยการจาก Starship Entertainment เข้าร่วมพูดคุยกับสมาชิกด้วย แม้บรรยากาศจะเป็นไปอย่างเป็นทางการ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีความเป็นส่วนตัวอย่างน่าประหลาดใจ แทนที่จะอธิบายว่าคอนเทนต์ที่ผลิตเองภายในค่ายเป็นเพียงส่วนเสริมทางการตลาด CRAVITY กลับนำเสนอว่ามันคือบันทึกการเติบโตของสมาชิก เคมีที่เกิดขึ้นนอกเวที และมุกตลกภายในที่แฟนๆ มักจะนำไปใช้ต่อในงาน Fan Meeting
ซีรีส์ที่สร้างขึ้นตามจังหวะของแฟนคลับ
คอนเทนต์ที่ผลิตเอง (Self-produced content) ได้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่สำคัญที่สุดสำหรับแฟนคลับ K-pop โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อระหว่างการปล่อยอัลบั้ม สำหรับวงที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลก ซีรีส์บน YouTube, คลิปเบื้องหลัง และรายการแนว Variety มักจะทำในสิ่งที่รายการเพลงไม่สามารถทำได้ นั่นคือการทำให้ตัวตนของศิลปินชัดเจนขึ้น สามารถรับชมซ้ำได้ และแชร์ต่อได้ง่าย ซึ่งการเสวนาของ CRAVITY ทำให้กลยุทธ์ดังกล่าวดูเป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง เพราะสมาชิกได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานจากมุมมองคนในอย่างแท้จริง
Hyeongjun ได้อธิบายว่า "CRAVITY PARK" เปรียบเสมือนการนัดหมายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับเหล่าแฟนคลับ หลังจากสิ้นสุดช่วงการโปรโมต แฟนๆ อาจจะรู้สึกถึงการขาดหายไปของสเตจใหม่ๆ แต่ซีรีส์ชุดนี้จะมอบสิ่งที่สดใหม่ให้ได้เฝ้ารอ แทนที่จะหลงเหลือไว้เพียงความประทับใจหลังจบอัลบั้มเท่านั้น เขาเสนอว่าแนวคิดดังกล่าวช่วยให้รายการนี้กลายเป็นช่องทางในการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่คลังเก็บฟุตเทจส่วนเกินทั่วไป
Wonjin กล่าวเสริมว่าทางวงไม่ได้มองว่าตารางการถ่ายทำเป็นภาระ โดยเขาระบุว่าในช่วงพักการทำงาน สมาชิกจะเริ่มอยู่ไม่สุขและตั้งตารอการถ่ายทำ เพราะพวกเขาอยากให้ LUVITY ได้รับชมตอนใหม่ๆ โดยเร็วที่สุด ด้าน Jungmo ได้ขยี้ประเด็นนี้ด้วยมุกตลกที่แฝงไปด้วยปณิธานของวง โดยเขาบอกว่าหนึ่งในเป้าหมายของเขาคือการจัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปีใน "CRAVITY PARK" ซึ่งประโยคนี้เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขามองว่าซีรีส์นี้เป็นสิ่งที่สามารถเติบโตไปพร้อมๆ กับวงได้
ความทะเยอทะยานนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก "CRAVITY PARK" ได้ก้าวผ่านหลัก 100 ตอนมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นหมุดหมายที่ไม่ธรรมดาสำหรับคอนเทนต์ที่ไอดอลผลิตขึ้นเอง Wonjin ตั้งข้อสังเกตว่ารายการนี้ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคเดบิวต์ของวง ทำให้แฟนๆ ได้เห็นไทม์ไลน์ที่ชัดเจนว่าสมาชิกแต่ละคนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สำหรับผู้ชมต่างชาติหน้าใหม่ ประวัติศาสตร์เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนประตูทางเข้าสู่แฟนด้อม เพราะในแต่ละตอนไม่ได้มีเพียงแค่เกมและภารกิจเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และจังหวะความตลกของสมาชิกที่พัฒนาขึ้นตามกาลเวลาอีกด้วย
บทบาทเบื้องหลังแนวคิดที่ซ่อนอยู่ของ Hyeongjun
หนึ่งในการเปิดเผยเบื้องหลังที่ชัดเจนที่สุดจากเหล่าคณะกรรมการมุ่งเน้นไปที่ Hyeongjun เมื่อถูกถามว่าสมาชิกคนไหนที่มีไอเดียแปลกใหม่ที่สุด เขาตอบอย่างถ่อมตัวว่าเขาถนัดเรื่องการคิดคอนเซปต์ พร้อมอธิบายว่าเหล่าทีมงานเคยบอกเขาว่าเขามีพรสวรรค์ในการวางแผน โดย Hyeongjun ระบุว่าไอเดียหลายอย่างของเขาได้ถูกนำไปใช้ใน "Bti Park" ซีซันที่ผ่านมา และจะมีไอเดียเพิ่มเติมถูกบรรจุไว้ในซีซันที่กำลังจะมาถึง ซึ่งได้ดำเนินการถ่ายทำเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
Wonjin ได้ช่วยสนับสนุนคำพูดของเขาด้วยเรื่องราวที่ว่า ครั้งหนึ่งเหล่าสมาชิกเคยตั้งคำถามกันเองในกลุ่มโดยที่ไม่มีทีมงานอยู่ด้วยว่า พวกเขาจะสามารถทำให้ "Bti Park" ออกมาดียิ่งขึ้นด้วยตัวเองได้หรือไม่ และเมื่อความคิดนั้นกลายเป็นการขอไอเดียจริงจัง ข้อเสนอแนะของเหล่าสมาชิกจึงเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นตั้งแต่ซีซันปี 2026 เป็นต้นมา โดย Wonjin ได้ระบุเจาะจงว่า Hyeongjun คือสมาชิกที่ไอเดียถูกเลือกนำไปใช้บ่อยที่สุด ในขณะที่ Jungmo พูดติดตลกด้วยความเคารพในความสามารถด้านการวางแผนของ Hyeongjun แม้ว่าไอเดียของตัวเขาเองแทบจะไม่เคยถูกนำไปใช้เลยก็ตาม
การแลกเปลี่ยนบทสนทนานี้ช่วยให้เห็นภาพที่สำคัญว่าทำไมคอนเทนต์ที่เน้นแฟนคลับเป็นหลักถึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรายการวาไรตี้มาตรฐานทั่วไป เมื่อสมาชิกมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางคอนเซปต์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีแนวโน้มที่จะสะท้อนถึงนิสัยจริง อารมณ์ขัน และการแข่งขันกันของพวกเขาได้มากกว่า ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ Kim Hyo-jung ระบุว่าเป็นหัวใจสำคัญของเสน่ห์ในรายการนี้ นั่นคือการไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ปรุงแต่งขึ้น แต่คือความพยายามที่จะจับภาพตัวตนที่แท้จริงของเหล่าสมาชิกออกมา
Kim กล่าวว่าทีมโปรดักชันคำนึงถึงสิ่งที่ LUVITY จะชื่นชอบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นธีมตามฤดูกาลหรือเทรนด์ในปัจจุบัน แต่เธอก็เน้นย้ำว่าทัศนคติของเหล่าสมาชิกก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ในมุมมองของเธอ ตอนที่แข็งแกร่งที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อไอเดียของสมาชิกและการวางแผนของทีมงานสอดประสานเข้าด้วยกัน สมดุลนี้เองคือเหตุผลที่ทำให้รายการสามารถผลิตตอนใหม่ๆ ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้คาแรกเตอร์ของสมาชิกถูกจำกัดอยู่แค่รูปแบบเดิมๆ
ทำไมโมเมนต์ที่จริงใจถึงเข้าถึงใจแฟนคลับได้มากกว่า
Park So-hyun ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนคลับว่ามีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมไอดอล ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ด้วย ในช่วงการเสวนา เธอได้ช่วยนำบทสนทนาด้วยคำถามที่ลงลึกเกี่ยวกับคอนเทนต์ในอดีตและอนาคตของ CRAVITY เมื่อ Wonjin กล่าวถึงตอนที่วงเคยถ่ายทำรายการพิเศษแนวสยองขวัญในเซตติ้งโรงเรียน และกำลังมีการเตรียมการทำเวอร์ชันที่มีสเกลใหญ่ขึ้นโดยให้สมาชิกมีส่วนร่วมมากขึ้น Park ก็เชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับตอนก่อนหน้าทันที พร้อมเสนอแนะว่าการเติบโตของสมาชิกอาจทำให้คอนเซปต์ประเภทเดียวกันนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ได้
ช่วงเวลานั้นได้ตอกย้ำประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความทรงจำของแฟนด้อม รายการพิเศษแนวสยองขวัญไม่ได้เป็นเพียงแค่ตอนใดตอนหนึ่งเท่านั้น แต่มันจะกลายเป็นจุดอ้างอิงที่แฟนๆ สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ตลอดหลายปี คอนเซปต์เดิมที่ถูกนำกลับมาทำใหม่หลังจากที่สมาชิกเติบโตขึ้น จะช่วยให้ผู้ชมมีวิธีในการวัดการเปลี่ยนแปลง สำหรับวงอย่าง CRAVITY ที่คอนเทนต์ของตัวเองถูกสร้างขึ้นจากเคมีระหว่างสมาชิก การกลับไปสู่รูปแบบเดิมๆ จึงอาจมีความหมายไม่แพ้การคิดค้นรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมา
Kim ยังได้อธิบายถึงช่วงเวลาเบื้องหลังเล็กๆ น้อยๆ ว่าเป็นวัตถุดิบที่สร้างเรื่องราวซึ่งมีเพียงเหล่าแฟนคลับเท่านั้นที่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทั้งความคิดเห็น ฟีดแบ็ก และเหตุการณ์สบายๆ จะกลายเป็นภาษาที่ใช้ร่วมกัน และจะถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้งในงาน Fan Meeting หรือในการสนทนาบนโลกออนไลน์ ในแง่นี้ "CRAVITY PARK" จึงทำหน้าที่เป็นทั้งความบันเทิงและระบบจัดเก็บความทรงจำ โดยแต่ละตอนจะช่วยเพิ่มจุดเชื่อมโยงระหว่างศิลปินและ Fandom ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นของสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ขันก็แสดงให้เห็นถึงไดนามิกในลักษณะเดียวกัน โดย Jungmo กล่าวว่า Wonjin อาจจะดูเป็นกันเองก่อนการถ่ายทำ แต่จะเปลี่ยนเป็นคนที่ทุ่มเทอย่างหนักทันทีเมื่อกล้องเริ่มทำงาน ส่วน Hyeongjun ได้อธิบายว่า Wonjin คือคนที่พยายามอย่างหนักเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าพลังงานในกองถ่ายเริ่มลดลง ในขณะที่ Wonjin ก็พูดติดตลกไปว่าความทะเยอทะยานของเขาคือการมี Screen Time ส่วน Jungmo นั้นต้องการทำให้ทุกคนในกองถ่ายหัวเราะให้ได้ไม่ว่าจะผ่านการตัดต่อออกมาอย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการหยอกล้อกันเบาๆ แต่ก็ช่วยอธิบายให้เห็นว่าวงเปลี่ยนจังหวะภายในของพวกเขาให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่น่าติดตามได้อย่างไร
กลยุทธ์สำหรับแฟนคลับที่มีมูลค่าในระยะยาว
งาน 2026 K Forum ซึ่งจัดร่วมโดย Ilgan Sports และ The Economist Korea ณ Conrad Seoul ถูกสร้างขึ้นภายใต้ธีม "Play K" โดยมุ่งเน้นไปที่อนาคตของ K-content และ K-brands การปรากฏตัวของ CRAVITY นั้นสอดคล้องกับวาระดังกล่าว เนื่องจากกรณีของวงแสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของแฟนคลับไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในช่วงเวลาการ Comeback อีกต่อไป แต่ศิลปินสามารถรักษาโลกของพวกเขาให้ขับเคลื่อนอยู่เสมอผ่านคอนเทนต์ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแฟนคลับสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ทุกเมื่อ
สำหรับแฟนคลับที่พูดภาษาอังกฤษ เสวนาครั้งนี้ยังช่วยอธิบายว่าทำไมคอนเทนต์ที่ผลิตด้วยตัวเอง (self-produced content) จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ K-pop ระดับโลก แม้มิวสิกวิดีโอจะเป็นสิ่งที่แนะนำให้รู้จักกับวง แต่ซีรีส์รายสัปดาษมักจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนผู้ชมขาจรให้กลายเป็นแฟนคลับ ผ่านการเผยให้เห็นตัวตนที่น่าติดตาม คำให้สัมภาษณ์ของ CRAVITY บ่งชี้ว่าโมเดลที่ดีที่สุดของรูปแบบนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อใจ นั่นคือแฟนคลับเชื่อมั่นว่าสมาชิกจะปรากฏตัวให้เห็น และสมาชิกก็เชื่อใจว่าแฟนคลับจะพร้อมเปิดรับตัวตนในมุมธรรมดา มุมตลก หรือแม้แต่มุมที่ดูเก้อเขินของพวกเขา
ซีซันถัดไปของ "Bti Park" จึงได้รับความคาดหวังเป็นพิเศษ เพราะผู้ชมต่างรู้ดีว่าสมาชิกมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไอเดียของ Hyeongjun, การผลักดันของ Wonjin เพื่อให้ได้ฉากที่ดีขึ้น, มุกตลกแบบยาวๆ ของ Jungmo ไปจนถึงการที่ทีมงานให้ความสำคัญกับความสมจริง ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงซีรีส์ที่พยายามจะเติบโตขึ้นโดยไม่สูญเสียพลังงานที่ดูเป็นกันเองซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนคลับยังคงติดตาม หากเป้าหมายของ CRAVITY คือการสร้างคลังความทรงจำร่วมกับ LUVITY อย่างต่อเนื่อง เสวนาใน K Forum ครั้งนี้ก็ได้ทำให้สิ่งหนึ่งชัดเจนว่า วงมองว่าคลังความทรงจำเหล่านั้นคือส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่โปรเจกต์เสริม
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น