Gag Concert ครองอันดับ 1 ในเกาหลีด้วยยอดวิวรายสัปดาห์ถึง 107.99M ครั้ง

|อ่าน 7 นาที0
Gag Concert ครองอันดับ 1 ในเกาหลีด้วยยอดวิวรายสัปดาห์ถึง 107.99M ครั้ง

รายการ Gag Concert ทางช่อง KBS 2TV ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จากแบรนด์โทรทัศน์ระดับตำนาน ให้กลายเป็นหนึ่งในผู้สร้างความบันเทิงออนไลน์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเกาหลี โดยจากข้อมูลที่เปิดเผยโดย StoRRm ซึ่งเป็นพอร์ทัลสถิติแบบ multiplatform ของ KBS พบว่าช่องอย่างเป็นทางการของรายการมียอดการรับชมสูงถึง 107.99 ล้านวิว ในช่วงวันที่ 6 ถึง 12 กรกฎาคม และครองอันดับ 1 ในบรรดาช่องรายการภายในประเทศทั้งหมด

ผลลัพธ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากช่องรายการอื่นๆ ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบนั้นไม่ได้เป็นเพียงคู่แข่งในสายความบันเทิงเท่านั้น โดยรายงานระบุว่าอันดับที่ 2 ถึงอันดับที่ 5 ถูกครองโดยช่องข่าวภาคพื้นดิน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากที่รายการวาไรตี้เพียงรายการเดียวจะสามารถทำยอดรับชมแซงหน้าสำนักข่าวหลักของประเทศในช่วงเวลาการวัดผลรายสัปดาห์เดียวกันได้ สำหรับรายการตลก Sketch Comedy ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 1999 ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รูปแบบรายการโทรทัศธ์ที่คุ้นเคยสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ได้ เมื่อโครงสร้างของรายการสอดรับกับการรับชมผ่านสื่อดิจิทัลแบบ short-form

สัปดาห์แห่งการสร้างสถิติ 107.99 ล้านวิว

ตัวเลขพาดหัวข่าวนั้นชัดเจนและตรงไปตรงมา นั่นคือยอดการรับชม 107.99 ล้านวิวภายในหนึ่งสัปดาห์ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ซึ่งยอดรวมดังกล่าวทำให้ Gag Concert ขึ้นสู่อันดับสูงสุดของการจัดอันดับช่องรายการภายในประเทศที่วัดผลโดย StoRRm ในช่วงวันที่ 6 ถึง 12 กรกฎาคม โดยนำหน้าช่องรายการที่ปกติแล้วจะมีเนื้อหาข่าวประจำวันครองส่วนแบ่งการบริโภคสื่อออนไลน์ส่วนใหญ่

สิ่งที่ทำให้การแสดงนี้มีความโดดเด่นคือ Gag Concert ไม่ใช่เครือข่ายความบันเทิงขนาดใหญ่หรือแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม แต่เป็นช่องรายการเดี่ยวที่สร้างขึ้นรอบรายการตลกสาธารณะที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ซึ่งแม้จะทำให้ปริมาณเนื้อหามีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับช่องข่าว แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ชมมีเหตุผลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการกดติดตาม กลับมาชมซ้ำ และแชร์ช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงต่างๆ

รูปแบบของรายการนั้นมีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับพฤติกรรมการรับชมผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอในปัจจุบัน โดยผู้ชมสามารถรับชม Sketch หนึ่งๆ ในรูปแบบคลิปวิดีโอที่จบในตัว สามารถแชร์ต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องมีบริบทประกอบมากมาย และสามารถเข้าใจเนื้อหาได้โดยไม่จำเป็นต้องดูรายการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ในแง่นี้ ความสำเร็จบนโลกออนไลน์จึงไม่ใช่เพียงแค่ผลลัพธ์จากการโปรโมตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานทางโทรทัศน์ของรายการนี้ สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจแบบคลิปวิดีโอ (clip economy) อยู่แล้ว

รายงานยังระบุถึงความต้องการในเวอร์ชันที่ไม่มีการตัดต่อ ไม่ใช่เพียงแค่คลิปไฮไลต์สั้นๆ เท่านั้น ผู้ชมที่ได้พบกับมุกตลกผ่านคลิปขนาดสั้น มักจะตามหาการแสดงฉบับเต็มต่อ ซึ่งเป็นการสร้างวงจรระหว่างการบริโภคคลิปไฮไลต์และการรับชมเวอร์ชันเต็ม รูปแบบดังกล่าวมีคุณค่าอย่างมากเพราะมันเปลี่ยนการค้นพบผ่านคอนเทนต์รูปแบบสั้น (short-form) ให้กลายเป็นการสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แทนที่จะเป็นการเข้ามาแทนที่กัน

ทำไม Sketch Show ถึงประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์

รายการโทรทัศน์รูปแบบเก่าหลายรายการมักประสบปัญหาในการเติบโตบนโลกออนไลน์ เนื่องจากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับตารางเวลาที่ตายตัวและการรับชมแบบเส้นตรง (linear viewing) แต่ Gag Concert มีข้อได้เปรียบที่แตกต่างออกไป เพราะแต่ละช่วงของรายการถูกแบ่งออกเป็น "Corner" แยกจากกันอย่างชัดเจน โดยแต่ละช่วงจะมีพล็อตเรื่อง ตัวละครประจำ และมุกตลกที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ผู้ชมสามารถเริ่มดูตอนไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องรอการสรุปเนื้อหาที่ยาวเหยียด

โครงสร้างแบบโมดูลาร์ (modular structure) นี้ช่วยอธิบายว่าทำไมช่องทาง Official ถึงสามารถเติบโตไปพร้อมกับการออกอากาศ แทนที่จะเป็นเพียงการนำเนื้อหาเก่ามาฉายซ้ำ เพราะแต่ละ Corner สามารถกลายเป็นคอนเทนต์แยกชิ้นได้ และแต่ละมุกตลกหรือวลีเด็ด (catchphrase) ก็สามารถแพร่กระจายไปตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้อย่างอิสระ เมื่อช่วงใดช่วงหนึ่งได้รับความสนใจ ผู้ชมก็จะสามารถกลับมาที่ช่องเพื่อรับชม Sketch เต็มๆ หรือค้นหาคลิปที่เกี่ยวข้องจากตอนก่อนหน้าได้

การติดอันดับ 1 ประจำสัปดาห์ยังบ่งชี้ว่ารายการนี้กำลังก้าวข้ามผ่านแค่เรื่องของความถวิลหาอดีต (nostalgia) แม้ว่า Gag Concert จะเป็นรายการที่อยู่ในความทรงจำอันยาวนานของผู้ชมชาวเกาหลี แต่การเติบโตบนโลกออนไลน์จำเป็นต้องมีเนื้อหาใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรายการเวอร์ชันปัจจุบันได้รับประโยชน์จากการมี Corner ใหม่ๆ และการนำรูปแบบเดิมมาดัดแปลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่องมีเหตุผลในการอัปเดตคอนเทนต์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้เช่นเดิม

ความสมดุลนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรายการคอมเมดี้ การพึ่งพาคำพูดติดปาก (catchphrases) จากในอดีตมากเกินไปอาจทำให้การกลับมาครั้งนี้ดูล้าสมัย ในขณะที่การฉีกตัวออกจากเอกลักษณ์เดิมมากเกินไปก็อาจทำให้เหตุผลที่ผู้ชมเคยชื่นชอบนั้นอ่อนแอลง ข้อมูลในปัจจุบันบ่งชี้ว่ารายการกำลังค้นพบจุดสมดุลที่ลงตัว นั่นคือมีความคุ้นเคยมากพอที่จะทำให้ผู้ชมเข้าใจได้ทันที แต่ก็มีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วพอจะแข่งขันได้ในฟีดโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การกลับมาพร้อมประวัติศาสตร์โทรทัศน์อันยาวนาน

ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ครั้งนี้มีความหมายที่แตกต่างออกไปเนื่องจากประวัติศาสตร์ของรายการ Gag Concert ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน 1999 และกลายเป็นรายการคอมเมดี้ทางสถานีโทรทัศน์สาธารณะที่ฉายต่อเนื่องยาวนานที่สุดในเกาหลี ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี รายการนี้ได้สร้างชื่อเสียงทั้งในฐานะแหล่งกำเนิดคำพูดติดปากมากมาย และเป็นเวทีแจ้งเกิดให้กับเหล่าคอมเมเดียนที่ต่อมาได้กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงเกาหลี

ช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดในอดีตนั้นถือว่าน่าเกรงขามอย่างมาก รายการเริ่มต้นด้วยเรตติ้งเฉลี่ยต่อปีที่ 16.3 เปอร์เซ็นต์ในปี 1999 ก่อนจะพุ่งสูงขึ้นถึงค่าเฉลี่ยต่อปีที่ 28.9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2003 มีรายงานว่าฉากหนึ่งจากช่วง Bongsunga School ในการออกอากาศเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2003 สามารถทำเรตติ้งพุ่งสูงขึ้นชั่วขณะถึง 49.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในยุคสมัยที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงของการรับชมโทรทัศน์ในเกาหลี

ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพความสำเร็จในด้านดิจิทัลในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน รายการนี้ไม่ได้เพียงแค่พยายามจะสร้างความยิ่งใหญ่ในการออกอากาศเหมือนในอดีต เพราะสภาพแวดล้อมทางสื่อในยุคนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่ยอดการรับชมรายสัปดาห์ที่สูงถึง 107.99 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นว่าแบรนด์นี้ได้ค้นพบสเกลความสำเร็จในรูปแบบใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นผ่านทางคลิปวิดีโอ, การรับชมฉบับเต็ม, การค้นหา และการกลับมาดูซ้ำบนช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ

เส้นทางนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ Gag Concert ได้ยุติการออกอากาศไปในปี 2020 ท่ามกลางช่วงขาลงของรายการตลกแนว Sketch Comedy ในวงกว้าง ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2023 หลังจากหยุดพักไปถึงสามปี การฟื้นคืนชีพรูปแบบรายการที่ผู้ชมจำนวนมากจดจำในฐานะรายการจากยุคทีวีสมัยก่อนนั้นมีความเสี่ยงที่เห็นได้ชัด แต่ผลงานในปัจจุบันบ่งชี้ว่าการกลับมาครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การหวนคืนด้วยความโหยหาอดีต

เหล่ารุ่นเก๋า, หน้าใหม่ และเส้นทางสู่การเป็นคอมเมเดี้ยน

รายงานระบุว่า การผสมผสานระหว่างคอมเมเดี้ยนผู้มากประสบการณ์และนักแสดงหน้าใหม่ของรายการ คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ช่องสามารถรักษาโมเมนตัมเอาไว้ได้ โดยเหล่ารุ่นเก๋าจะนำเอาจังหวะการตลก (timing), การควบคุมเวที และความไว้วางใจจากผู้ชมมาสู่รายการ ในขณะที่คอมเมเดี้ยนรุ่นใหม่จาก KBS รุ่นที่ 33 และ 34 ก็นำเสนอการแสดงที่สดใหม่ มีสัญชาตญาณทางสังคมที่ทันสมัย และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับวัฒนธรรมวิดีโอที่ผู้ชมรุ่นใหม่ใช้ชีวิตอยู่

การผสมผสานดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรายการ Sketch Comedy สาธารณะนั้นต้องพึ่งพาการทำซ้ำและความประหลาดใจไปพร้อมๆ กัน ช่วงรายการประจำจำเป็นต้องมีความคุ้นเคยมากพอเพื่อให้ผู้ชมจดจำรูปแบบได้ แต่ในขณะเดียวกันแต่ละตอนก็ต้องมีจุดหักมุมใหม่ๆ เพื่อให้คลิปนั้นคุ้มค่าแก่การรับชมและแชร์ต่อ การมีทีมนักแสดงที่ประกอบด้วยทั้งศิลปินผู้มากประสบการณ์และหน้าใหม่ ช่วยให้รายการมีวิธีการสร้างความสดใหม่ให้กับพล็อตเรื่องได้มากขึ้นโดยไม่ต้องทิ้งแนวทางเดิม

ทีมงานผู้ผลิตได้ระบุว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการตอบรับต่อความพยายามอย่างต่อเนื่องบนเวที โดยในแถลงการณ์ ทีมงานกล่าวว่ารายการได้มุ่งมั่นที่จะนำเสนอมุมมองใหม่ๆ และอารมณ์ขันที่สดใหม่ในทุกสัปดาห์ พร้อมทั้งขอบคุณผู้ชมที่ให้การสนับสนุนรายการทั้งผ่านการออกอากาศทางโทรทัศน์และผ่านทางช่องทางออนไลน์ ความคิดเห็นนี้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์แบบสองทางที่กำลังขับเคลื่อนรายการอยู่ในขณะนี้ นั่นคือโทรทัศน์ยังคงเป็นแหล่งที่มาหลัก แต่ช่องทางออนไลน์ก็ไม่ใช่เพียงสื่อรองอีกต่อไป

ตัวเลขจากปี 2025 ได้บ่งบอกถึงทิศทางดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว มีรายงานว่าช่องทางอย่างเป็นทางการมียอดการรับชมรวมต่อปีสูงถึง 2.296 พันล้านครั้งในปีที่ผ่านมา ซึ่งรั้งอันดับที่ 6 จากทั้งหมด 495 ช่องที่ถูกจัดอันดับ การคว้าอันดับ 1 ประจำสัปดาห์ล่าสุดนี้ถือเป็นการต่อยอดจากรากฐานเดิม และแสดงให้เห็นว่าฐานผู้ชมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กระแสการกลับมาอย่างชั่วคราวเท่านั้น

ก้าวต่อไปคืออะไร

การออกอากาศครั้งถัดไปจะเป็นบททดสอบว่ากระแสความนิยมจะสามารถขับเคลื่อนทั้งสองแพลตฟอร์มต่อไปได้หรือไม่ โดย Gag Concert ตอนที่ 1182 มีกำหนดออกอากาศทางช่อง KBS 2TV ในวันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 22:35 น. ตามเวลามาตรฐานเกาหลี (KST) ซึ่งจะเป็นการมอบวัตถุดิบให้ช่องทางออฟฟิเชียลได้นำไปตัดต่อ อัปโหลด และส่งต่อผ่านกลุ่มผู้ชมที่เริ่มค้นพบรายการโทรทัศน์ผ่านทางคลิปสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับรายการวาไรตี้โทรทัศน์ของเกาหลี ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ารูปแบบรายการดั้งเดิมไม่ได้ล้าสมัยไปเสียทีเดียว แม้บางรายการอาจจะไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับชมในยุคปัจจุบัน แต่บางรายการก็สามารถปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นบนโลกออนไลน์ได้มากกว่าตอนที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการแนว Sketch Show ที่สร้างขึ้นจากช่วงสั้นๆ ที่สามารถดูซ้ำได้และขับเคลื่อนด้วยคาแรกเตอร์ตัวละคร จะมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติเมื่อผู้ชมเลือกรับชมตามฉากต่างๆ มากกว่าการดูแบบเต็มตอน

คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ Gag Concert จะสามารถเปลี่ยนความโดดเด่นในแต่ละสัปดาห์ให้กลายเป็นอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนได้หรือไม่ การติดอันดับ 1 ของช่องพิสูจน์ให้เห็นถึงการเข้าถึงผู้ชม แต่การจะมีอิทธิพลที่ยาวนานนั้นขึ้นอยู่กับว่าช่วงใหม่ๆ ในรายการจะสามารถสร้างคาแรกเตอร์และมุกตลกที่สามารถแพร่กระจายออกไปนอกเหนือจากฐานแฟนคลับเดิมของรายการได้หรือไม่ ซึ่งในขณะนี้ ข้อมูลนั้นชัดเจนแล้วว่า หนึ่งในสถาบันตลกที่เก่าแก่ที่สุดของโทรทัศน์เกาหลีไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในโลกดิจิทัลไปแล้ว

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Park Chulwon
Park Chulwon

Entertainment Journalist · KEnterHub

Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.

K-PopK-DramaK-MovieKorean CelebritiesGlobal K-Wave

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง