Ggiriggiri เผยเคมีทริปโอซาก้า

พรีวิวทางการของ KBS Joy บน YouTube โฟกัส Lee Seok Hoon, Jang Sung-gyu และ Ko Young-bae ก่อนพรีเมียร์ 15 กรกฎาคม

|อ่าน 8 นาที0
Ggiriggiri เผยเคมีทริปโอซาก้า

KBS Joy กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบรายการวาไรตี้ท่องเที่ยวที่คุ้นเคย ให้กลายเป็นการทดลองมิตรภาพที่คัดสรรมาอย่างเข้มข้นผ่านรายการใหม่ที่มีชื่อว่า Ggiriggiri ซึ่งเป็นรายการที่สร้างขึ้นจากกลุ่มคนที่มีจุดร่วมบางอย่างที่น่าสนใจร่วมกัน โดยการเดินทางครั้งแรกจะเป็นการจับคู่ระหว่าง Lee Seok Hoon, Jang Sung-gyu และ Ko Young-bae สามเอนเตอร์เทนเนอร์ที่ทางสถานีวางคาแรกเตอร์ให้เป็น "สามีที่คบกันมานานกว่า 10 ปี" ซึ่งกำลังเดินทางไปยัง Osaka เพื่อพักผ่อนชั่วคราวจากกิจวัตรประจำวันเดิมๆ ทั้งนี้ ตามรายงานจากช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ KBS Joy คลิปพรีวิวสั้นล่าสุดได้เผยให้เห็นถึงการหยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง บุคลิกที่แตกต่างกัน และการพูดคุยเรื่องครอบครัวที่เปิดใจอย่างคาดไม่ถึงของทั้งสามคน ก่อนที่รายการจะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.00 น. ตามเวลามาตรฐานเกาหลี (KST)

ข้อมูลต้นทางไม่ได้มาในรูปแบบของข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแพ็กเกจตัวอย่างรายการมากกว่า ซึ่งประกอบไปด้วยคลิปอย่างเป็นทางการสั้นๆ บน YouTube, การเปิดตัวรายการทาง KBS Joy และการนำเสนอข่าวบันเทิงในเกาหลีที่วางตำแหน่งรายการนี้ให้เป็นซีรีส์แนว Travel Reality ที่มีทั้งความตลกขบขันและแง่มุมที่สร้างความประทับใจ โดยพล็อตเรื่องนั้นเข้าใจง่ายและสามารถจับประเด็นได้ทันที เมื่อชาย 3 คนที่มีหน้าที่การงานในวงการ มีครอบครัว และมีลูก ต่างออกเดินทางไปญี่ปุ่นด้วยกัน ก่อนที่จะได้ค้นพบว่าพวกเขาจะรับมือกับอิสระได้มากแค่ไหนเมื่อบทบาทปกติในชีวิตประจำวันถูกพักไว้ชั่วคราว ความชัดเจนนี้เองที่กลายเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับผู้ชมในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมที่มักจะพบกับรายการวาไรตี้ผ่านทาง YouTube Shorts, คลิปพรีวิว และการตัดต่อลงโซเชียลมีเดีย ก่อนที่จะตัดสินใจรับชมตอนเต็มทางโทรทัศน์

รายการเรียลลิตี้ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นจากความแตกต่าง

จุดขายที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเริ่มต้นคือความแตกต่างระหว่างเหล่าสมาชิกในรายการ โดย Lee Seok Hoon ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักร้องเสียงคุณภาพและพิธีกรที่มีบุคลิกสุขุม ถูกนำเสนอในฐานะสมาชิกที่ภาพลักษณ์อันสงบนิ่งของเขาสามารถสร้างเสียงหัวเราะได้มากขึ้นเมื่อต้องมาอยู่ในบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ผ่อนคลาย ในขณะที่ Jang Sung-gyu นำพลังงานที่ตรงกันข้ามมาสู่รายการ ด้วยชื่อเสียงในด้านการตอบโต้ที่รวดเร็ว การแสดงความเห็นที่ตรงไปตรงมา และทักษะการดำเนินรายการวาไรตี้ที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็นตัวขับเคลื่อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้นัดหมายได้อย่างชัดเจน ส่วน Ko Young-bae นักร้องนำจากวง Soran ผู้มีทักษะการพูดที่เหมาะกับรายการวิทยุ มาช่วยเติมเต็มกลุ่มสามคนนี้ด้วยภาพลักษณ์ของคุณพ่อที่รักครอบครัว ซึ่งในตอนแรกดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการอยู่บ้านมากกว่าแนวคิดเรื่องอิสระเสรีอย่างเต็มที่

สามเหลี่ยมความสัมพันธ์นี้มีความสำคัญมาก เพราะ Ggiriggiri ไม่ได้ถูกนำเสนอในรูปแบบของรายการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แม้ว่าฉากหลังที่เป็นเมือง Osaka จะช่วยเติมเต็มทั้งการเคลื่อนที่ อาหาร แสงสียามค่ำคืน และจังหวะทางภาพที่สวยงาม แต่หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนรายการจริงๆ คือเสน่ห์ของตัวบุคคล เมื่อ Lee พยายามที่จะรักษาความระเบียบเรียบร้อย ในขณะที่ Jang คอยผลักดันบรรยากาศให้สนุกสนานขึ้น และ Ko ตอบโต้ด้วยความลังเลปนความอยากรู้อยากเห็น รายการจึงเกิดโครงสร้างที่ผู้ชมสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวอย่างอย่างเป็นทางการบน YouTube ก็เลือกใช้รูปแบบนี้ด้วยการนำเสนอโมเมนต์สั้นๆ ที่น่าสนใจ แทนที่จะอธิบายคอนเซปต์ของรายการอย่างยืดยาว สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ชมสามารถรับรู้ถึงบทบาทของแต่ละคนผ่านพฤติกรรม ซึ่งเป็นวิธีที่คลิปรายการวาไรตี้มักจะกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์

การตัดสินใจของ KBS Joy ในการเปิดตัวซีรีส์ด้วยธีม “เหล่าสามีที่กำลังแสวงหาอิสรภาพ” ยังช่วยกำหนดทิศทางอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงให้กับเนื้อหาในช่วงแรกด้วย โดยปกติแล้วรายการวาไรตี้แนวท่องเที่ยวของเกาหลีมักจะใช้เรื่องมิตรภาพ อาหาร และภารกิจเป็นจุดเริ่มต้น แต่การวางโครงเรื่องแบบนี้เป็นการเพิ่มมุมมองของชีวิตครอบครัวเข้ามา โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนรายการให้กลายเป็นสารคดีครอบครัวที่หนักอึ้งจนเกินไป เหล่าหนุ่มๆ ไม่ได้กำลังพยายามหลบหนีจากชีวิตของพวกเขา แต่เป็นการทดลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกเขาได้ก้าวออกจากตัวตนที่มักจะนิยามความเป็นพวกเขาอยู่เสมอ ความตึงเครียดดังกล่าวสามารถนำมาสร้างมุกตลกได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถรองรับฉากที่สะท้อนอารมณ์ลึกซึ้งได้เช่นกัน เมื่อบทสนทนาเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่เรื่องของลูก การแต่งงาน และการยอมเสียสละเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมมาตลอดช่วงวัยผู้ใหญ่

ทำไม YouTube Preview ถึงมีความสำคัญ

วิดีโอสั้นอย่างเป็นทางการนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทำหน้าที่เป็นเหมือนการนำเสนอคอนเซปต์รายการแบบกระชับในครั้งแรก สำหรับสถานีโทรทัศน์แล้ว YouTube ได้กลายเป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับโปรโมต แต่บ่อยครั้งยังเป็นพื้นที่ที่ใช้ตัดสินโทนของรายการวาไรตี้ก่อนที่จะออกอากาศจริง การตัดต่อตัวอย่างที่ดีสามารถช่วยสร้างจังหวะของรายการ แนะนำฉายาของเหล่าสมาชิก และสร้างแรงจูงใจให้แฟน ๆ อยากแชร์คลิปต่อแม้ว่าตอนแรกแบบเต็มจะยังไม่ได้เริ่มออกอากาศก็ตาม ในกรณีนี้ คลิปจาก KBS Joy ได้เน้นไปที่การแสดงเคมีระหว่างกันมากกว่าการโชว์สเกลงานสร้าง โดยตั้งใจให้ผู้ชมได้สังเกตเห็นความรวดเร็วในการรับส่งมุกของเหล่า Cast members และความสามารถในการเปลี่ยนช่วงเวลาการเดินทางให้กลายเป็นโมเมนต์ที่เผยให้เห็นตัวตนของแต่ละคนได้อย่างง่ายดาย

คลิปดังกล่าวยังเป็นช่องทางที่ช่วยให้สถานีออกอากาศสามารถเข้าถึงฐานแฟนคลับที่หลากหลายได้ในคราวเดียว โดย Lee Seok Hoon จะดึงดูดกลุ่มผู้ฟังเพลงและแฟนคลับของ SG Wannabe ที่ติดตามเส้นทางอาชีพของเขาที่ขยับขยายเข้าสู่สายงานวาไรตี้มากขึ้น ในขณะที่ Jang Sung-gyu จะดึงดูดผู้ชมที่คุ้นเคยกับบุคลิกในฐานะพิธีกรและดาวตลก ส่วน Ko Young-bae ก็จะดึงดูดแฟนเพลงและผู้ฟังที่คุ้นเคยกับสไตล์การพูดคุยของเขาจากทั้งงานเพลง รายการวิทยุ และรายการบันเทิงต่างๆ และเนื่องจากรายการนี้จัดกลุ่มผู้ร่วมรายการด้วย "ช่วงวัย" ที่มีความคล้ายคลึงกันแทนที่จะเป็น "อาชีพ" จึงสามารถดึงดูดผู้ชมกลุ่มต่างๆ ให้มาอยู่ในพื้นที่การรับชมเดียวกันได้ โดยไม่เป็นการตีกรอบภาพลักษณ์ของเหล่าสมาชิกให้ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สื่อเกาหลีมีการนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจผ่าน 3 มุมมองหลัก ได้แก่ เคมีที่คาดเดาไม่ได้ของทั้งสามคน, คอนเซปต์ทริป "พักบทคุณพ่อ" เพียงหนึ่งวัน และบทสนทนาที่ดูสมจริงยิ่งขึ้นระหว่างกลุ่มคุณพ่อ ซึ่งประเด็นเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยทำให้รายการไม่ดูเป็นเพียงรายการแนวท่องเที่ยวที่เน้นมุกตลกเพียงอย่างเดียว แม้ว่าพลังล้นเหลือของ Jang Sung-gyu ในโหมดการเดินทางอาจจะสร้างคลิปไวรัลที่รวดเร็วที่สุด แต่ความผูกพันกับครอบครัวที่เห็นได้ชัดของ Ko Young-bae และการเป็นตัวกลางที่ช่วยสร้างสมดุลของ Lee Seok Hoon จะช่วยให้เนื้อหาในแต่ละตอนมีมิติที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากการตัดต่อสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันของทั้งสามคนออกมาได้อย่างชัดเจน Ggiriggiri ก็จะสามารถมอบทั้งเสียงหัวเราะที่ฉับไว และความรู้สึกอบอุ่นใจที่ช่วยให้รายการแนววาไรตี้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง

การพูดคุยเรื่องราวในครอบครัวช่วยเพิ่มมิติความตลกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

บทสนทนาของครอบครัวที่ถูกเผยแพร่ผ่านพรีวิวนี้ คือส่วนที่น่าจะทำให้รายการนี้แตกต่างจากทริปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนทั่วไป เพราะเหล่าสมาชิกชายไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะเพียงเหล่าเอนเตอร์เทนเนอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงในฐานะคุณพ่อที่เข้าใจดีว่าการเดินทางจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อมีภาระหน้าที่ทางครอบครัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดย Lee มีลูกชายหนึ่งคน, Jang เป็นคุณพ่อลูกชายสองคน และ Ko มีลูกสาวสองคน พื้นฐานที่มีร่วมกันนี้ทำให้มุกตลกของพวกเขามีบริบทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขาพูดถึงการคิดถึงลูก การตั้งคำถามถึงการมีลูกเพิ่ม หรือความรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างอิสระส่วนตัวและความผูกพันในครอบครัว บทสนทนาเหล่านี้สามารถสร้างความอินให้กับผู้ชม ซึ่งหาได้ยากที่จะเห็นการถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้อย่างจริงจังในรายการบันเทิงทั่วไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Ko Young-bae รูปแบบรายการนี้ได้สร้างจุดพลิกผันที่น่าสนใจมาก เพราะที่ผ่านมาเขามีภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนในฐานะนักดนตรีและพิธีกรที่ดูอบอุ่นและให้ความสำคัญกับครอบครัว การนำเขามาอยู่ในรายการแนวท่องเที่ยวที่เริ่มต้นจากความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องห่างจากครอบครัว แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายลง ทำให้การดำเนินเรื่องของโปรดักชันมีเส้นเรื่องที่ลื่นไหลและเข้าใจง่าย ช่วยให้เขาได้แสดงมุมตลกขบขันออกมาได้โดยไม่เสียภาพลักษณ์เดิมที่เคยทำให้เขามีเสน่ห์ตั้งแต่แรก ความแตกต่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่การที่เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน แต่เป็นการที่ทริปนี้ได้มอบพื้นที่ให้เขาได้เผยให้เห็นจังหวะชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งออกมา

การมีอยู่ของ Lee Seok Hoon อาจมีคุณค่าไม่แพ้กัน เพราะเขาสามารถช่วยประคองรายการให้มีความสมดุล ในขณะที่ Jang ถูกคาดหวังให้สร้างสีสัน และ Ko ถูกคาดหวังให้เผยด้านที่อ่อนโยนผ่านความขัดแย้ง Lee สามารถกลายเป็นจุดหมุนสำคัญที่เป็นทั้งผู้รับมุข ผู้ไกล่เกลี่ย และบางครั้งก็สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ผู้ชมด้วยการกระโดดเข้าร่วมกระแสแห่งความอิสระด้วยตัวเอง บทบาทลักษณะนี้มักจะถูกมองข้ามในการแคสติ้งรายการวาไรตี้ เพราะรายการไม่เพียงแต่ต้องการคนที่ช่วยเร่งจังหวะให้สนุกขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องการใครสักคนที่สามารถทำให้จังหวะที่เร่งนั้นดูเข้าใจง่ายและมีทิศทางด้วย ภาพลักษณ์อันสุขุมของ Lee จะช่วยสร้างบรรทัดฐานที่เป็นประโยชน์ในการตัดต่อ ทำให้ทุกครั้งที่เขาหลุดจากภาพลักษณ์เดิมจะดูโดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน Jang Sung-gyu ถูกวางตัวให้เป็นตัวแปรสายฮาที่มีความผันผวนมากที่สุด โดยรายงานจากฝั่งเกาหลีระบุว่าเขาแสดงความสนใจในบรรยากาศของ Osaka อย่างรวดเร็ว และกระโจนเข้าสู่บรรยากาศที่ผ่อนคลายของการเดินทางในครั้งนี้ทันที ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงหากรายการเน้นเพียงแค่การสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ แต่ในที่นี้ การมีอยู่ของ Lee และ Ko ช่วยสร้างสมดุลที่เหมาะสมขึ้นมา ความตลกจึงไม่ได้เกิดจากการที่ Jang พยายามทำอะไรที่เกินเบอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่อีกสองคนมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อเขาอย่างไร ในรายการแนว Travel Reality นั้น บ่อยครั้งที่ "Reaction" มีความสำคัญไม่แพ้ "Action" และดูเหมือนว่าสมาชิกทั้งสามคนนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับหลักการดังกล่าวโดยเฉพาะ

บททดสอบครั้งสำคัญสำหรับผังรายการวาไรตี้ของ KBS Joy

สำหรับ KBS Joy ความท้าทายสำคัญคือการรักษาคอนเซปต์ให้มีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่องหลังจากผ่านพ้นช่วงแรกที่ความแปลกใหม่กำลังทำงาน ชื่อรายการ Ggiriggiri บ่งบอกว่าการเดินทางแต่ละครั้งสามารถสร้างขึ้นจากกลุ่มคนที่มีจุดเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะนิสัย รสนิยม หรือสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งสิ่งนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้ทีมโปรดักชันสามารถหมุนเวียนธีมและรูปแบบการรวมตัวของนักแสดงได้หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความคาดหวังที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยกลุ่มศิลปินทั้งสามคนในตอนแรกจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า รูปแบบรายการนี้เป็นมากกว่าแค่การนำคนมาจัดกลุ่มกันอย่างชาญฉลาด ผู้ชมควรจะสัมผัสได้ว่าอัตลักษณ์ที่มีร่วมกันนั้นส่งผลต่อการเดินทางจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกัน สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกเขินอาย สิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิธีที่พวกเขาให้ความหมายกับคำว่าอิสระเมื่อได้ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน

สัญญาณต่าง ๆ ดูมีความหวังมาก เนื่องจากกลยุทธ์การเปิดตัวผ่าน YouTube อย่างเป็นทางการนั้นเข้าใจกลไกการสร้างกระแสของรายการวาไรตี้สมัยใหม่เป็นอย่างดี โดยการนำเสนอเคมีที่น่าดึงดูดผ่านคลิปสั้น ๆ เพื่อดึงดูดผู้ชม ให้สื่อต่าง ๆ ได้ช่วยเติมเต็มรายละเอียดของการออกอากาศตอนแรก และเป็นการเชิญชวนให้เหล่าแฟนคลับของนักแสดงทั้งสามคนมาร่วมติดตามการออกอากาศครั้งแรกเสมือนเป็นอีเวนต์สำคัญ ด้วยการเปิดตัวในวันที่ 15 กรกฎาคม ที่เน้นเรื่องเสียงหัวเราะ มิตรภาพ และความตึงเครียดในชีวิตครอบครัวที่หลายคนเข้าถึงได้ ทำให้ Ggiriggiri มีจุดขายที่ชัดเจนว่า: การเดินทางนั้นจะสนุกสนานยิ่งขึ้นเมื่อผู้ร่วมทางต่างเข้าใจความกดดันของกันและกัน และจะเผยตัวตนได้มากขึ้นเมื่อพวกเขาแสร้งทำเป็นว่าไม่มีความกดดันเหล่านั้นอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง

หากเนื้อหาในตอนเต็มสามารถรักษาความสมดุลนั้นไว้ได้ Lee Seok Hoon, Jang Sung-gyu และ Ko Young-bae ก็อาจจะช่วยให้รายการวาไรตี้ใหม่ของ KBS Joy ประสบความสำเร็จ ทั้งในรูปแบบโทรทัศน์และการหมุนเวียนในรูปแบบ short-form ซึ่งตัวอย่างอย่างเป็นทางการบน YouTube ก็ได้ทำหน้าที่สำคัญขั้นแรกไปแล้ว นั่นคือการทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้ถึงเคมีของทั้งสามคนได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที โดยตอนพรีเมียร์จะเป็นตัวตัดสินว่าเคมีดังกล่าวจะสามารถขยายไปสู่เรื่องราวการเดินทางที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น จังหวะตลกขบขัน และความรู้สึกคุ้นเคยที่เข้าถึงอารมณ์ จนสามารถดึงดูดให้ผู้ชมกลับมารอดูตอนต่อไปได้หรือไม่

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Seung Jung
Seung Jung

Senior Entertainment Correspondent · KEnterHub

Senior entertainment correspondent with a wide-angle view of Korean show business. Seung Jung covers celebrity news, variety television and award season, and writes the interviews and features that connect individual stories to the larger currents of Korean entertainment.

Celebrity NewsVariety ShowsAward ShowsInterviewsKorean Entertainment Industry

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง