Project Y ของ Han So-hee เปิดตัวอันดับ 2 บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลี

|อ่าน 8 นาที0
Project Y ของ Han So-hee เปิดตัวอันดับ 2 บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลี

ภาพยนตร์แนว Noir เรื่อง Project Y ที่หลายคนตั้งตารอคอย ซึ่งนำแสดงโดย Han So-hee และ Jeon Jong-seo เปิดตัวด้วยการขึ้นสู่อันดับ 2 ในบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีใต้ เปลี่ยนจากภาพยนตร์สายรางวัลในเทศกาลให้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่น่าจับตามองที่สุดในแง่ของความสำเร็จทางรายได้ประจำสัปดาห์นี้ โดยข้อมูลจากระบบเครือข่ายการจำหน่ายตั๋วรวมของ Korean Film Council ระบุว่า ในวันแรกของการเข้าฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้มีผู้ชมเข้าชมถึง 24,404 คน แต่ยังคงตามหลังภาพยนตร์แนวโรแมนติกเรื่อง If We Were ที่ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 11

ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้การเปิดตัวของ Project Y ดูมีความซับซ้อนมากกว่าที่พลังดึงดูดของเหล่านักแสดงนำจะบ่งบอกได้เพียงอย่างเดียว เพราะก่อนที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างความคาดหวังไว้ล่วงหน้าผ่านการได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมงาน Toronto International Film Festival และ Busan International Film Festival รวมถึงการคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในสายประกวดของ London Asian Film Festival มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ในตลาดภายในประเทศนั้น ผลงานที่ผ่านมาเหล่านี้กำลังถูกทดสอบด้วยกระแสบอกต่อของผู้ชม ยอดการจองตั๋ว และตารางการเข้าฉายที่หนาแน่นของภาพยนตร์คู่แข่งเรื่องอื่นๆ

ตัวเลขยอดเปิดตัววันแรกนั้นมีความสำคัญมาก เพราะ Project Y ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะภาพยนตร์อาร์ตเฮาส์ที่เน้นความเงียบสงบ แต่มาพร้อมกับสองนักแสดงหญิงระดับแถวหน้าของเกาหลีที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะตัวละครหลักของเรื่องราวอาชญากรรมที่นำโดยผู้หญิง ผสมผสานกับผู้กำกับที่มีชื่อเสียงจากผลงานดราม่าวัยรุ่นที่สมจริง และพล็อตเรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยทองคำแท่งมูลค่ากว่า 8 พันล้านวอน สำหรับแฟนๆ ในต่างประเทศ ยอดบ็อกซ์ออฟฟิศในเกาหลีถือเป็นสัญญาณแรกเริ่มที่บ่งบอกว่ากระแสจากเทศกาลภาพยนตร์จะสามารถขยายวงกว้างไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในโรงภาพยนตร์ทั่วไป

ภาพยนตร์แนว Noir ที่ได้รับการสนับสนุนจากเทศกาล เตรียมเผชิญบททดสอบแรกบนบ็อกซ์ออฟฟิศ

Project Y มีฉากหลังเป็นย่าน Gangnam ย่านที่ดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยนัยสำคัญในกรุง Seoul โดยเรื่องราวจะติดตามชีวิตของเพื่อนสองคนที่ถูกผลักดันให้เข้าสู่แผนการอันตรายเพื่อขโมยทองคำแท่งมูลค่ากว่า 8 พันล้าน won โดย Han รับบทเป็น Mi-seon หญิงสาวที่ทำงานในสถานบันเทิงตอนกลางคืนและเป็นช่างจัดดอกไม้ในตอนกลางวัน หลังจากที่เธอต้องสูญเสียเงินเก็บทั้งหมดไปกับกลโกงการเช่าที่พัก เธอจึงกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผนการปล้นทองด้วยความเยือกเย็นและเฉลียวฉลาด ซึ่งเป็นตัวละครที่มีความย้อนแย้งในตัวเอง คือดูเปราะบางจากภายนอก แต่ภายในกลับขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่ง

Jeon รับบทเป็น Do-kyung เพื่อนสนิทที่สุดของ Mi-seon ผู้มีอาชีพขับรถรับส่งเหล่าคนทำงานในแวดวงสถานบันเทิงยามค่ำคืนเดียวกัน ในขณะที่ Mi-seon ถูกนำเสนอในลักษณะของคนที่วางแผนอย่างรัดกุมและควบคุมทุกอย่างได้ แต่ Do-kyung กลับเป็นคนที่ใช้อารมณ์มากกว่า โดยมักจะทำตามสัญชาตญาณและความรู้สึกที่แปรปรวน ความแตกต่างนี้ดูเหมือนจะเป็นกลไกสำคัญของภาพยนตร์ ที่ไม่เพียงแต่ให้พล็อตเรื่องแนวอาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงปะทะระหว่างผู้หญิงสองคนที่พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดในเมืองที่ไร้ความปรานีแห่งนี้

Kim Sung-cheol จะเข้ามาเพิ่มความกดดันอีกระดับในบทบาทตัวละครทรงอิทธิพลอย่าง Boss To ซึ่งเป็นตัวละครที่จะเข้ามาทำให้ความตึงเครียดรอบตัวนักแสดงนำทั้งสองคนทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนผู้กำกับ Lee Hwan ผู้เคยฝากผลงานอย่าง Park Hwa-young และ Young Adult Matters ก็มีชื่อเสียงในด้านการเล่าเรื่องที่ดิบและสมจริง เบื้องหลังดังกล่าวช่วยอธิบายได้ว่าทำไมความคาดหวังที่มีต่อ Project Y จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการแคสติ้งเท่านั้น แต่ตัวภาพยนตร์ยังถูกวางโครงเรื่องให้เป็นการสำรวจด้านมืดของความสิ้นหวัง การทรยศหักหลัง และความสามัคคีของผู้หญิง ภายใต้แพ็กเกจภาพยนตร์แนว noir ที่มีสไตล์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในประเทศแสดงให้เห็นว่ากระแสจากเทศกาลหนังสามารถกลายเป็นประเด็นเรื่องรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างรวดเร็ว โดยในวันแรก Project Y เข้าไปอยู่อันดับที่ 2 ด้วยจำนวนผู้ชม 24,404 คน ในขณะเดียวกัน If We Were ที่นำแสดงโดย Koo Kyo-hwan และ Moon Ga-young ยังคงครองอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นวันที่ 11 ทำให้ภาพยนตร์แนวโรแมนติกเรื่องนี้กลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญให้กับผลงานใหม่ที่เข้าฉาย และ ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 22 มกราคม มีรายงานว่า Project Y อยู่อันดับที่ 5 ในด้านอัตราการจองตั๋ว โดยตามหลัง The Man Who Lives With the King, Humint, If We Were และ Avatar: Fire and Ash

ทำไมการโคจรมาพบกันของ Han So-hee และ Jeon Jong-seo ถึงได้รับความสนใจอย่างมาก

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Project Y ได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดก็คือการโคจรมาพบกันของ Han So-hee และ Jeon Jong-seo ซึ่งนักแสดงทั้งสองท่านต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นบนหน้าจอ และต่างก็มีภาพจำจากบทบาทที่เน้นความเข้มข้นมากกว่าความหวานละมุนแบบทั่วไป โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาพลักษณ์ดังกล่าวถูกขัดเกลาให้คมชัดยิ่งขึ้นจนสื่อเกาหลีต่างนิยามว่าเป็นไดนามิกแบบ "womance" ซึ่งน้ำหนักทางอารมณ์ของเรื่องราวจะวางอยู่บนความสัมพันธ์ระหว่าง Mi-seon และ Do-kyung

สำหรับ Han Mi-seon ดูเหมือนจะเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการสะกดกลั้น ตัวตนของเธอในตอนกลางวันกับการเป็นช่างจัดดอกไม้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนโยนกว่า ในขณะที่งานตอนกลางคืนและการล้มละลายทางการเงินได้ผลักดันให้เธอเข้าสู่ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง รายละเอียดที่ว่าเธอถูกหลอกลวงจากการเช่าที่พักนั้นมีความสำคัญมาก เพราะมันทำให้การปล้นครั้งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความหรูหรา แต่เป็นเพราะความเสียหายทางเศรษฐกิจ แผนการของเธอจึงไม่ใช่เพียงแค่จินตนาการของอาชญากร แต่ถูกนำเสนอในฐานะการตอบโต้ของคนที่เชื่อว่าเส้นทางปกติได้ล้มเหลวต่อเธอไปแล้ว

ในทางตรงกันข้าม Do-kyung ของ Jeon ถูกบรรยายว่าเป็นตัวละครที่ใช้สัญชาตญาณและมีความระเบิดอารมณ์ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ตัวหนังมีแรงดึงดูดระหว่างการวางแผนอย่างรอบคอบและการทำตามอารมณ์ชั่ววูบ ในเรื่องราวแนวโจรกรรม ความสัมพันธ์เช่นนี้สามารถเป็นตัวตัดสินได้เลยว่าหนังจะเป็นเพียงแค่พล็อตเรื่องธรรมดา หรือจะเป็นจุดดึงดูดทางอารมณ์ที่แท้จริง: เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนวางแผนการหลบหนี ในขณะที่อีกคนพร้อมจะเผาทุกอย่างให้วอดวาย หากภาพยนตร์เรื่องนี้ครองใจแฟนๆ ได้ ก็น่าจะเป็นเพราะความตึงเครียดระหว่างตัวละครทั้งสองที่ให้ความรู้สึกอันตรายไม่แพ้กับอาชญากรรมที่พวกเขากำลังทำเลยทีเดียว

การคัดเลือกนักแสดงยังเป็นปัจจัยสำคัญในระดับสากลด้วยเช่นกัน โดยชื่อของ Han So-hee นั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ชมซีรีส์เกาหลีและสตรีมมิ่ง ในขณะที่ Jeon Jong-seo ก็เริ่มมีชื่อเสียงจากผลงานการแสดงที่มักจะนำเสนอความรู้สึกที่คาบเกี่ยวระหว่างความอึดอัดและความอันตราย การนำทั้งคู่มาโคจรพบกันในแนว Gangnam noir จึงถือเป็น Project Y จุดขายที่ชัดเจนซึ่งเหนือกว่ากลไกของหนังแนวอาชญากรรมทั่วไป โดยเป็นการสัญญาถึงสไตล์ เคมีระหว่างนักแสดง และเรื่องราวการเอาชีวิตรอดที่มีผู้หญิงเป็นศูนย์กลาง ในยุคที่ภาพยนตร์แนว Genre ของเกาหลีถูกตัดสินจากทั้งยอดผู้ชมในประเทศและการพูดถึงของแฟนคลับทั่วโลก

กระแสตอบรับในช่วงแรกมาแรง แต่ยังคงมีความเห็นที่หลากหลาย

กระแสตอบรับจากผู้ชมในช่วงแรกดูเหมือนจะมีความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝ่าย ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของภาพยนตร์ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนต่างชื่นชมเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวระหว่าง Han และ Jeon รวมถึงการที่ภาพยนตร์เน้นไปที่การเล่าเรื่องแนว Female Noir ซึ่งบางกระแสถึงกับยกย่องให้เป็นผลงานที่โดดเด่นในแนวนี้เลยทีเดียว ความกระตือรือร้นในลักษณะนี้ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับภาพยนตร์อย่าง Project Y เพราะหากแฟนๆ ยังคงแชร์คลิป ภาพนิ่ง และรีแอคชันที่เน้นไปที่ตัวละครอย่างต่อเนื่องบนโลกออนไลน์ ก็อาจช่วยเปลี่ยนจากการเปิดตัวในอันดับสองให้กลายเป็นการพูดถึงที่ยาวนานขึ้นได้

ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่ผู้ชมทุกคนที่จะรู้สึกตื่นเต้นไปกับผลงานเรื่องนี้ โดยความเห็นของผู้ชมบางส่วนที่มีการนำเสนอผ่านสื่อเกาหลีได้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างงานภาพที่ดูสวยงามประณีตกับความแข็งแรงของเนื้อเรื่อง ซึ่งบ่งบอกว่าบทภาพยนตร์อาจจะดูเบาบางไปเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่สร้างขึ้น สำหรับภาพยนตร์ที่เปิดตัวมาพร้อมกับรางวัลจากเทศกาลต่างๆ ผู้ชมจึงอาจจะจับตามองเป็นพิเศษว่าบทภาพยนตร์จะสามารถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมเท่ากับบรรยากาศของเรื่องหรือไม่

ตัวบ่งชี้จากผู้ชมที่มีอยู่สะท้อนให้เห็นถึงจุดกึ่งกลางดังกล่าว โดยมีรายงานว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคะแนนผู้ชมจาก Naver อยู่ที่ 8.02 จาก 10 คะแนน และมีดัชนี CGV Golden Egg อยู่ที่ 81 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงฐานการตอบรับในเชิงบวก แต่ก็ยังทิ้งช่องว่างให้เกิดความไม่แน่นอน สำหรับภาพยนตร์แนว noir ที่ขับเคลื่อนด้วยนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ซึ่งหวังจะไต่ลำดับให้สูงขึ้นจากช่วงเปิดตัว คำถามสำคัญคือเหล่าแฟนคลับที่คลั่งไคล้จะส่งเสียงดังพอที่จะเอาชนะกลุ่มผู้ชมที่ยังคงรอดูท่าทีได้หรือไม่

นั่นคือเหตุผลที่การเปรียบเทียบกับ If We Were นั้นมีความน่าสนใจ เพราะการที่ภาพยนตร์โรแมนติกเรื่องนี้สามารถครองอันดับ 1 ได้ยาวนานถึง 11 วัน แสดงให้เห็นว่าผู้ชมชาวเกาหลียังคงตอบรับกับกระแสปากต่อปากที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ความตื่นเต้นในช่วงวันเปิดตัวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ Project Y จะต้องพิสูจน์ว่าเสน่ห์ในโทนที่ดาร์กกว่าจะสามารถสร้างพลังในการดึงดูดผู้ชมให้ยาวนานได้ในระดับเดียวกันหรือไม่

ก้าวต่อไปของ Project Y จะเป็นอย่างไร?

ก้าวต่อไปของ Project Y จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานจากเทศกาลภาพยนตร์มากนัก แต่จะขึ้นอยู่กับว่าผู้ชมชาวเกาหลีจะบอกต่อกันอย่างไรหลังจากผ่านช่วงการฉายระลอกแรกไปแล้ว แม้การเปิดตัวด้วยอันดับ 2 พร้อมยอดผู้ชม 24,404 คน จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่การติดอันดับ 5 ในด้านยอดจองตั๋วที่รายงานในวันเปิดตัว ก็บ่งชี้ว่าไม่สามารถพึ่งพาเพียงความสนใจล่วงหน้าได้เพียงอย่างเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยกระแสการพูดถึงหลังเข้าฉาย เพื่อเปลี่ยนความอยากรู้อยากเห็นให้กลายเป็นยอดผู้ชมในช่วงสุดสัปดาห์

มีเหตุผลที่ทำให้เราสามารถมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวังได้ เนื่องจากพล็อตเรื่องนั้นเข้าใจง่าย เคมีของคู่พระนางมีความโดดเด่น และตัวภาพยนตร์เองก็มีเอกลักษณ์ทางภาพที่ชัดเจน หากผู้ชมสามารถเข้าถึงตัวละคร Mi-seon และ Do-kyung ในฐานะเพื่อนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด มากกว่าจะเป็นเพียงอาชญากรที่มีสไตล์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะสร้างกระแสให้โด่งดังได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดเช่นกัน โดยกระแสตอบรับที่แตกออกเป็นสองเสียงเกี่ยวกับเนื้อเรื่องอาจกลายเป็นตัวฉุดรั้ง หากผู้ชมตัดสินใจว่าภาพนิ่งของภาพยนตร์ดูน่าดึงดูดกว่าการรับชมประสบการณ์ดราม่าแบบเต็มเรื่อง แม้ว่าภาพยนตร์แนว noir ที่นำแสดงโดยสองนักแสดงหญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจจะสามารถสร้างความประทับใจแรกพบที่แข็งแกร่งได้ แต่การจะทำรายได้ในระยะยาวนั้นมักต้องอาศัยการที่ผู้ชมบอกต่อกันถึงตัวภาพยนตร์ทั้งเรื่อง ไม่ใช่เพียงแค่คอนเซปต์เท่านั้น ในแง่นี้ Project Y กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทั้งความภักดีของแฟนคลับ ความต้องการในแนวหนัง และกระแสบอกต่อในวงกว้าง จะต้องทำงานสอดประสานกันทั้งหมด

สำหรับเหล่าแฟนคลับ K-entertainment ทั่วโลก การเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่คุ้นเคยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีปัจจุบัน แม้โปรเจกต์หนึ่งจะได้รับการยอมรับจากเทศกาลระดับโลก มีนักแสดงชื่อดัง และมีงานภาพที่โดดเด่น แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในตลาดท้องถิ่นที่อันดับความนิยมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน Project Y ไม่ได้ล้มเหลวอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ การเปิดตัวในครั้งนี้จึงยิ่งทำให้เกิดคำถามที่ชัดเจนขึ้นว่า: พลังหญิงในแนว Noir นำแสดงโดย Han So-hee และ Jeon Jong-seo จะสามารถเปลี่ยนความน่าเชื่อถือและกระแสความฮือฮา ให้กลายเป็นความร้อนแรงในบ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างยั่งยืนหรือไม่?

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Jang Hojin
Jang Hojin

Entertainment Journalist · KEnterHub

Entertainment journalist specializing in K-Pop, K-Drama, and Korean celebrity news. Covers artist comebacks, drama premieres, award shows, and fan culture with in-depth reporting and analysis.

K-PopK-DramaK-MovieKorean CelebritiesAward Shows

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กำลังโหลด...

การพูดคุย

กำลังโหลด...

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง