จิ-ชาง-วุก และมิออ อิมาดะ เปิดตัว ‘Merry Berry Love’ ครอสโอเวอร์ในเดือนตุลาคม

Ji Chang Wook กำลังจะก้าวเข้าสู่ความโรแมนติกรูปแบบใหม่ ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับจุดหักมุมข้ามพรมแดน โดยทาง CJ ENM ได้ยืนยันแล้วว่า Merry Berry Love ซีรีส์แนว Romantic Comedy สัญชาติเกาหลี-ญี่ปุ่น ที่เป็นการร่วมทุนสร้างกับ Nippon TV มีกำหนดจะลงจอให้ชมกันในเดือนตุลาคมนี้ผ่านทาง Disney+ และ Nippon TV
โปรเจกต์นี้เป็นการจับคู่ระหว่าง Ji หนึ่งในพระเอกแถวหน้าของเกาหลี กับนักแสดงสาวชาวญี่ปุ่น Mio Imada ในเรื่องราวที่สร้างขึ้นจากช่องว่างทางภาษา ชีวิตในชนบท และการเริ่มต้นใหม่ทางอารมณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด สำหรับแฟนซีรีส์ทั่วโลก ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าไม่ใช่แค่เรื่องการแคสติ้ง แต่คือโครงสร้างเบื้องหลังการทำงานที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงเกาหลี สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก มารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ Romantic Comedy เรื่องนี้
ความโรแมนติกเกาหลี-ญี่ปุ่น ที่สร้างมาเพื่อผู้ชมทั่วโลก
Merry Berry Love ติดตามเรื่องราวของ Yoo Bin นักวางแผนพื้นที่ชาวเกาหลีที่ชีวิตต้องพังทลายลงอย่างกะทันหัน จนทำให้เขาต้องเดินทางไปยังเกาะแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ที่นั่นเขาได้พบกับ Karin เกษตรกรสาวชาวญี่ปุ่นผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี ซึ่งโลกทั้งใบของเธอหมุนรอบผลไม้ที่เธอปลูกและผืนดินที่เธอดูแล
การวางโครงเรื่องดังกล่าวทำให้ซีรีส์มีกลไกขับเคลื่อนแนว Romantic Comedy ที่ชัดเจน Yoo Bin เดินทางมาพร้อมกับความล้มเหลว การพลัดถิ่น และความอึดอัดจากการต้องอยู่ในวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย ในขณะที่ Karin เป็นตัวแทนของจังหวะชีวิตที่ตรงกันข้าม นั่นคือความเรียบง่าย การหยั่งรากลึก และชีวิตประจำวันที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย จนกระทั่งมันกลายเป็นสถานที่ที่ชีวิตของอีกคนหนึ่งเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
โปรดักชันนี้กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในเกาหลี เนื่องจากถือเป็นครั้งแรกของ Nippon TV ที่สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินของญี่ปุ่นจะนำเสนอซีรีส์ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตจากเกาหลี โดยทาง CJ ENM กำลังวางตำแหน่งซีรีส์เรื่องนี้ให้เป็นการผลิตร่วมระดับโลก (Global Co-production) มากกว่าจะเป็นเพียงการส่งออกบุคลากรด้านซีรีส์เกาหลีไปยังญี่ปุ่นเท่านั้น
แผนการจัดจำหน่ายยังช่วยตอกย้ำความทะเยอทะยานดังกล่าว โดยซีรีส์เรื่องนี้มีกำหนดจะสตรีมมิ่งไปทั่วโลกผ่าน Disney+ ในขณะที่ Nippon TV จะออกอากาศในญี่ปุ่นทุกวันพุธ เส้นทางแบบคู่ขนานนี้ช่วยให้ซีรีส์ได้รับทั้งการมองเห็นผ่านการออกอากาศในท้องถิ่น และการเข้าถึงผู้ชมในระดับสากลซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ K-drama
ทำไม Ji Chang Wook และ Mio Imada ถึงเป็นจุดดึงดูดสำคัญ
Ji Chang Wook ช่วยสร้างอัตลักษณ์ความเป็นซุปเปอร์สตาร์เกาหลีที่แข็งแกร่งให้กับโปรเจกต์นี้ เขาเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนานในบทบาทแนว Action, Melodrama และ Romance ซึ่งรายงานจากฝั่งเกาหลีระบุว่าเขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับบทแนว Romantic-comedy ที่ต้องใช้ทั้งเสน่ห์และจังหวะการแสดงที่ลงตัว
ในซีรีส์เรื่องนี้ ตัวละคร Yoo Bin ของเขาไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะผู้ชนะที่สมบูรณ์แบบที่ก้าวเข้าสู่โลกโรแมนติกแฟนตาซี แต่เขาคือชายผู้สูญเสียแทบทุกอย่างเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งช่วยสร้างจุดเริ่มต้นทางอารมณ์ให้กับเรื่องราวก่อนที่ความคอมเมดี้จะเริ่มขึ้น รายละเอียดนี้มีความสำคัญเพราะมันทำให้ฉากหลังที่เป็นเกาะไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ที่สวยงาม แต่กลายเป็นสถานที่ที่ตัวละครซึ่งบอบช้ำอาจถูกบีบให้ต้องสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน Mio Imada ก็นำพาพลังดาราจากญี่ปุ่นมาสู่ด้านอื่นของเรื่องราวความรัก โดยตัวละคร Karin ของเธอถูกบรรยายว่าเป็นเกษตรกรสาวที่มีสตรอว์เบอร์รีเป็นศูนย์กลางของชีวิต ซึ่งรายละเอียดนี้เองที่ทำให้ชื่อเรื่องของซีรีส์ดูสดใสและมีความแฟนตาซีเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างบรรยากาศความรักให้มีความสมจริงผ่านกลิ่นอายของท้องถิ่น
เคมีหลักของเรื่องน่าจะขึ้นอยู่กับว่าซีรีส์จะนำเสนอความแตกต่างของตัวละครอย่างไรโดยไม่ทำให้ดูเป็นเพียงแค่ลูกเล่นทางการตลาด รายงานจากเกาหลีเกี่ยวกับตัวอย่างที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่า ตัวละครทั้งสองเริ่มต้นด้วยการมีภาษาที่ใช้สื่อสารกันน้อยมาก ทำให้เกิดการพบกันที่ดูเก้ๆ กังๆ ก่อนที่การสื่อสารจะค่อยๆ เปิดกว้างขึ้น หากมีการจัดการอย่างระมัดระวัง กำแพงดังกล่าวจะช่วยสร้างเส้นเรื่องทางอารมณ์ที่ชัดเจนให้แก่ความรัก: เริ่มจากความสับสน ตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น และนำไปสู่ความไว้วางใจ หลังจากที่ตัวละครทั้งสองพยายามปรับตัวเข้าหากัน
เหล่านักแสดงสมทบยังบ่งบอกว่านี่คือเรื่องราวแนว Youth-romance แบบรวมกลุ่ม มากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องราวของคนสองคน โดย Nam Yoon Su จะมารับบทเป็น Park Gu Nam ตัวละครสายรุกที่ซื่อสัตย์ในความรัก ในขณะที่ Rinka Kumada จะรับบทเป็น Mari Mizuno ซึ่งเส้นเรื่องของพวกเขาก็คาดว่าจะช่วยเพิ่มมิติของความรักวัยรุ่นควบคู่ไปกับคู่รักข้ามพรมแดนที่เป็นเส้นเรื่องหลัก
CJ ENM และ Nippon TV กำลังทดสอบโมเดลซีรีส์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
บริบทของอุตสาหกรรมทำให้ Merry Berry Love มีความน่าสนใจมากกว่าแค่การประกาศแคสติ้งทั่วไป เนื่องจาก CJ ENM ได้ใช้เวลาหลายปีในการขยายรูปแบบการผลิตของเกาหลี ศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ไปสู่ตลาดโลก การทำซีรีส์แนว Romantic Comedy ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่บริษัทจะได้ทดสอบว่า "ไวยากรณ์" ของซีรีส์เกาหลีจะสามารถส่งผ่านการทำงานร่วมกันในระดับท้องถิ่นได้หรือไม่ แทนที่จะเป็นเพียงการทำ Localization แบบธรรมดา
แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามรูปแบบที่กว้างขึ้นในอุตสาหกรรม Streaming ของเอเชีย ที่ซึ่งครีเอเตอร์ชาวเกาหลี นักแสดงชาวญี่ปุ่น ทีมงานท้องถิ่น และแพลตฟอร์มระดับโลก เริ่มมารวมตัวกันในโปรเจกต์เดียวกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรื่องราวนั้นสามารถสื่อสารกับผู้ชมในหลายประเทศได้ แนว Romantic Comedy จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการทดลองนี้ เพราะเน้นไปที่อารมณ์ จังหวะการดำเนินเรื่อง และความแตกต่างของตัวละคร มากกว่าการใช้ตำนานหรือปูมหลังที่ซับซ้อนซึ่งอาจต้องใช้การอธิบายอย่างหนัก
สื่อเกาหลีเองก็ได้เชื่อมโยงโปรเจกต์นี้เข้ากับกระแสความสำเร็จของ Marry My Husband เวอร์ชันญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตซีรีส์เกาหลีมาผสมผสานกับนักแสดงและทีมงานในญี่ปุ่น โดยมีรายงานระบุว่าเวอร์ชันญี่ปุ่นกลายเป็นซีรีส์ Amazon Original ของญี่ปุ่นที่มียอดผู้ชมสูงสุดบน Amazon Prime Video ภายในเดือนแรกที่เปิดตัว ความสำเร็จดังกล่าวจึงเป็นตัวอย่างที่จับต้องได้สำหรับ CJ ENM ในขณะที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการร่วมมือครั้งใหม่ที่มุ่งเน้นตลาดญี่ปุ่น
สำหรับ Nippon TV โปรเจกต์นี้ถือเป็นเส้นทางสู่ระดับสากลในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แทนที่จะเป็นเพียงการขายซีรีส์ที่ผลิตในประเทศออกสู่ต่างประเทศหลังจากถ่ายทำเสร็จสิ้น แต่ทางสถานีโทรทัศน์ได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นในการสร้างผลงานที่วางโครงสร้างโดยเน้นการคัดเลือกนักแสดงแบบ Korean-Japanese และการวางแผนเพื่อลงสตรีมมิ่งในต่างประเทศ ส่วนทาง Disney+ นั้น ถือเป็นการเพิ่มคอนเทนต์ Original ฝั่งเอเชียที่มีนักแสดงนำชาว Korean ที่มีชื่อเสียง พร้อมด้วยพล็อตเรื่องแนว Romance ที่สามารถทำการตลาดได้กว้างขวางกว่าแค่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
สิ่งที่เรื่องราวนี้สัญญาว่าจะมอบให้ นอกเหนือจากข่าวการคัดเลือกนักแสดง
คำถามที่สำคัญที่สุดในเชิงพาณิชย์คือ ซีรีส์เรื่องนี้จะสามารถทำให้พล็อตเรื่องข้ามวัฒนธรรมดูมีความหมายและเข้าถึงความรู้สึกส่วนบุคคลได้หรือไม่ เรื่องราวของชายชาว Korean ที่ไม่สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกของตนเองได้อย่างง่ายดายในญี่ปุ่น กับหญิงสาวชาว Japanese ที่มีชีวิตผูกพันอยู่กับการทำเกษตรกรรม อาจกลายเป็นเรื่องราวแนว Opposites-attract ที่คุ้นเคย ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ช่องว่างในการสื่อสารนั้นมีความหมายอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การตกแต่งเพื่อความสวยงาม
ฉากหลังที่เป็นเกาะอาจเป็นตัวช่วยสำคัญ เนื่องจาก K-drama มักจะใช้การเปลี่ยนสถานที่เพื่อขัดเกลาตัวละครให้เหลือเพียงแก่นแท้ของตัวตน และ Merry Berry Love ก็ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยการรีเซ็ตตัวละครในลักษณะนั้น Yoo Bin ไม่ได้เพียงแค่เดินทางท่องเที่ยว แต่เขากำลังหลบหนีจากชีวิตที่พังทลาย ส่วน Karin ก็ไม่ใช่เพียงแค่นักแสดงนำสาวท้องถิ่นที่มีเสน่ห์ แต่เธอคือใครบางคนที่โลกอันคับแคบของเธออาจจะกว้างขึ้นผ่านการพบกันในครั้งนี้
รายละเอียดเกี่ยวกับฟาร์มสตรอว์เบอร์รีช่วยสร้างเอกลักษณ์ทางภาพให้กับซีรีส์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เรื่องราวความรักที่สร้างขึ้นรอบๆ ผลไม้ ฤดูกาล และการทำงานในชนบท สามารถสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนกับพื้นที่เมืองอันทันสมัยที่มักจะพบเห็นได้บ่อยใน K-drama สมัยใหม่ หากซีรีส์เน้นไปที่บรรยากาศดังกล่าว ก็อาจจะมอบสิ่งที่อบอุ่นและมีความเฉพาะตัวในเชิงท้องถิ่นให้กับผู้ชมทาง Disney+ มากกว่าจะเป็นเพียงซีรีส์โรแมนติกสากลทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีจุดดึงดูดแฟนคลับที่ทำได้ง่ายจากการได้เห็น Ji Chang Wook กลับมาในโหมดโรแมนติกที่ดูอ่อนโยนขึ้น ในขณะที่ต้องแสดงคู่กับนักแสดงสมทบชาวญี่ปุ่น ฐานแฟนคลับต่างประเทศของเขาได้ติดตามผลงานของเขามาในทุกแนว ตั้งแต่บทแอ็กชันที่ดุเดือดไปจนถึงซีรีส์ที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ และแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่สดใสนี้จะช่วยให้โปรเจกต์นี้เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมที่อาจไม่ได้ติดตามตารางการออกอากาศของญี่ปุ่นเป็นปกติ
แผนการออกอากาศและสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป
ทาง CJ ENM ระบุว่า Merry Berry Love จะออกอากาศในเดือนตุลาคมนี้ โดยมี Disney+ เป็นผู้ดูแลการสตรีมมิ่งทั่วโลก และ Nippon TV จะเป็นผู้แพร่ภาพซีรีส์ในญี่ปุ่น จากตารางการออกอากาศรายสัปดาห์ในญี่ปุ่น บ่งชี้ว่าการเปิดตัวนี้อาจถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ชมที่รอชมตามเวลาออกอากาศและผู้ชมผ่านสตรีมมิ่งทั่วโลก
รายละเอียดสำคัญลำดับถัดไปคือ รายชื่อประเทศที่จะสามารถรับชมผ่าน Disney+ ได้ จำนวนตอน และ Teaser แรก ซึ่ง Teaser จะมีความสำคัญมากกว่าปกติ เพราะจะเป็นคำตอบสำหรับคำถามสำคัญเบื้องหลังการประกาศครั้งนี้ว่า เคมีระหว่าง Ji Chang Wook และ Mio Imada จะสามารถก้าวข้ามกำแพงทางภาษาที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราวได้หรือไม่
ในขณะนี้ ซีรีส์เรื่องนี้มีความโดดเด่นเนื่องจากการผสมผสานพล็อตเรื่องที่เน้นอารมณ์ความรู้สึกที่เรียบง่าย เข้ากับเบื้องหลังอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน โดยเรื่องราวเริ่มต้นจากชายชาวเกาหลีที่พบกับเกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รีชาวญี่ปุ่นหลังจากหลงทาง ซึ่งเบื้องหลังของเรื่องนี้คือการที่ CJ ENM, Nippon TV และ Disney+ กำลังร่วมกันทดสอบว่าความรักระหว่างชาวเกาหลีและญี่ปุ่นจะสามารถสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมที่อยู่ไกลออกไปเกินกว่าแค่ในเกาหลีและญี่ปุ่นได้อย่างไร
หากซีรีส์เรื่องนี้สามารถรักษาความสมดุลดังกล่าวไว้ได้ Merry Berry Love ก็อาจเป็นมากกว่าแค่ซีรีส์โรแมนติกที่แสนหวานในเดือนตุลาคม แต่นี่อาจเป็นสัญญาณเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงทิศทางของการผลิตซีรีส์ในเอเชีย ว่าจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป แต่จะถูกขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ทั้งเหล่า Star, เรื่องราว และ Platform ต่างๆ สามารถก้าวข้ามพรมแดนได้ตั้งแต่เริ่มต้น
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?
저작권자 © KEnterHub 무단전재 및 재배포 금지

Entertainment Journalist · KEnterHub
Entertainment journalist focused on Korean music, film, and the global K-Wave. Reports on industry trends, celebrity profiles, and the intersection of Korean pop culture and international audiences.
ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น